Menu

การป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบทำได้อย่างไรบ้าง

การเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบกลายเป็นหนึ่งในโรคที่คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วมากมายที่สำคัญไปกว่านั้น
มันคือหนึ่งในภัยร้ายเงียบที่อาจทำให้เกิดการเสียชีวิตอย่างกระทันหันไม่ทันตั้งตัว
เพราะโรคนี้บางคนมีอาการบ่งบอกออกมา แต่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดโรคดังกล่าวจนเมื่อสายเกินไปและนำไปสู่การเสียชีวิตได้
สำหรับโรคหลอดเลือดหัวใจตีบนั้นมีอาการบ่งบอกที่สำคัญเบื้องต้นอย่างแรกคือจะทำให้รู้สึกเจ็บที่หน้าอกหรือแน่นหน้าอก
ซึ่งถือเป็นอาการบ่งบอกชัดเจนว่าคุณกำลังเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบยิ่งหากรู้เจ็บหนักๆเหมือนกับมีอะไรมาทับที่หน้าอกก็ยิ่งอันตราย
ซึ่งในบางครั้งเราอาจรู้สึกทั้งแน่นและเจ็บไปจนถึงกระดูกต้นคอเลยทีเดียวรวมไปถึงแขนทั้งสองข้างก็อาจจะมีอาการดังกล่าวได้ด้วย
อาการต่อมาคือรู้สึกเหนื่อยง่ายไม่ว่าจะออกแรงนิดออกแรงหน่อยก็อาจทำให้รู้สึกเหนื่อยอ่อนเพลียได้ง่ายดาย
ซึ่งเป็นหนึ่งในอาการบ่งบอกนำไปสู่โรคนี้ได้ด้วยเช่นกันหรือการที่เรารู้สึกเหนื่อยไม่สามารถนอนราบได้เพราะจะรู้สึกแน่นหน้าอกอึดอัดหายใจไม่ค่อยออก
จนรู้สึกจุกเสียดหายใจเข้าปอดได้ไม่เต็มที่นอกจากนี้อาจทำให้รู้สึกหน้ามืดเวียนหัวแน่นหน้าอกตาพล่ามัว
ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดสาเหตุนี้คือเกิดจากการที่ร่างกายมีความดันโลหิตต่ำแบบเฉียบพลันจนร่างกายปรับตัวไม่ทันนั่นเอง
ที่แย่ไปกว่านั้นคือทำให้หัวใจหยุดเต้น และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
สำหรับการตรวจหาสาเหตุของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบก็สามารถทำได้โดยการเช็คประวัติของคนในครอบครัว
ว่าเคยมีใครเป็นโรคนี้หรือไม่เพราะมันสามารถถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ได้ด้วยนั่นเองหรือใครที่มีโรคประจำตัวก็เสี่ยงกับการเกิดโรคดังกล่าวเยอะทีเดียว
โดยการตรวจอื่นๆก็สามารถเช็คได้จากการตรวจด้วยเครื่องคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
การใช้วิธีถ่ายภาพรังสีของบริเวณทรวงอก การตรวดวัดระดับของเอนไซม์กล้ามเนื้อหัวใจ
การทดสอบสมถรรภาพในขณะที่ผู้ป่วยกำลังออกกำลังกายอยู่รวมไปถึงการวัดคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูงของหัวใจ
ซึ่งการตรวจด้วยวิธีทั้งหมดนี้จะช่วยให้หาสาเหตุของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบได้ด้วยเช่นกัน
แม้จะเป็นโรคที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีแนวทางในการรักษา
โดยการรักษาโรคนี้น้นอย่างแรกคือการเปลี่ยนแปลงตัวเองที่อาจเสี่ยงก่อให้เกิดพฤติกรรมเสี่ยงเรื่องสุขภาพ
จนนำไปสู่โรคหลอดเลือดหัวใจตีบไม่ว่าจะเป็นการกิน การพักผ่อน
หรือใครที่สูบบุหรี่จัดก็ควรลดลงควบคุมอาหารมากขึ้นไม่กินของมันหรือสิ่งที่จะทำให้เกิดไขมันสะสมในเส้นเลือด
และพยายามจัดการไม่ให้เกิดภาวะความเครียดที่สูงเกินไป
ขณะเดียวกันยังสามารถบรรเทาอาการด้วยยารักษาได้เช่นยารักษาต้นเกล็ดเลือด
ยาสลายการแข็งตัวของลิ่มเลือดที่จะเสี่ยงต่อการอุดตันรวมไปถึงยาขยายหลอกเลือดหรือยาควบคุมความดันเลือดก็เป็นตัวยาที่ช่วยรักษาโรคนี้ได้เช่นกัน…

สรรพคุณของทุเรียนที่มีประโยชน์ตั้งแต่เนื้อจนถึงเปลือก

ทุเรียนถูกเรียกได้ว่าเป็นราชาแห่งผลไม้ทั้งปวง แม้มันจะมีกลิ่นที่เหม็นแบบสุดๆ
แต่ประโยชน์ของมันนั้นมีมากมายเลยจริงๆ สำหรับคนที่ไม่ชอบก็อาจจะรู้สึกเหม็น
และกินยากหากแต่คนที่ชอบกล่นนั้นจะบอกว่ามันมีกลิ่นหอม และน่ารับประทาน
ทุเรียนที่เป็นผลไม้ขึ้นชื่อของเมืองไทยยังถูกจัดเป็นผลไม้ที่เป็นพืชพื้นเมืองของประเทศมาเลเซีย
อินโดนีเซีย บรูไน ซึ่งมีลักษณะหนามเต็มลูกบริเวณเปลือกนอก
ซึ่งผลของมันมีขนาดใหญ่หากสุกเต็มตัวจะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีทองอ่อนๆปนเขียวนิดๆหรือเป็นสีน้ำตาล
รูปลักษณ์จริงๆต้องบอกว่าเป็นทรงรีซะส่วนใหญ่ โดยมีเส้นผ่าศูนย์กลางของผลอยู่ที่ 15 เซนติเมตร
และมีน้ำหนักเฉลี่ยแล้ว 1-3 กิโลกรัมต่อหนึ่งลูก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็แล้วแต่ละสายพันธ์ของทุเรียน
สำหรับทุเรียนนั้นมีมากมายกว่า 30 ชนิดเลยทีเดียว แต่ในความเป็นจริงนั้นมีเพียง 9
ชนิดเท่านั้นที่สามารถจะรับประทานได้โดยไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อร่างกายของเรา
แต่ก็มีเพียงชนิดเดียวที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ซึ่งสายพันธ์ที่คนส่วนใหญ่นิยมปลูกคือหมอนทอง ชะนี
กระดุมทอง ก้านยาว ซึ่งเป็นพันธ์ที่มีรสชาติอร่อย
และขายได้ราคาดีอีกทั้ยังเป็นชนิดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจาก 200
สายพันธ์ที่แบ่งย่อยออกกมาได้ทั่วโลกเลยทีเดียว แต่แน่นอนว่าขึ้นชื่อว่าทุเรียนย่อยมีกลิ่นเหม็นแบบสุดๆ
ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของผลไม้ชนิดนี้เนื้อของมันดูเผินๆคล้ายกับคัสตาร์ดหลายคนที่ทานเข้าไปแล้วบอกว่า
รสชาติเหมือนอัลมอนด์ และมีความหอม แต่นั่นก็จากผู้ที่ชื่นชอบการทานทุเรียนนั่นล่ะ
เพราะถ้าคนไม่ชอบเมื่อทานเข้าไปความนึกคิดต้องไม่ใช่อัลมอนด์อย่างแน่นอนแถมยังมองว่ามีกลิ่นเหม็น
แบบสุดๆอีกด้วยแต่ถึงอย่างนั้นประโยชน์ของมันก็มีเยอะเลยทีเดียว
โดยสรรพคุณของทุเรียนนั้นช่วยทำให้ฝีแห้ง
เพราะเนื้อทุเรียนทีสรรพคุณที่จะไปช่วยแก้ในเรื่องนั้นอีกทั้ยังช่วยในเรื่องแก้โรครักษาโรคผิวหนังอีกด้วย
ส่วนสารสกัดที่ออกมาจากใบทุเรียนรวมถึงรากทุเรียนสามารถที่จะใช้เป็นยาแก้ได้ที่ทำหน้าที่เหมือนเจล
ลดไข้เพียงแค่นำใบทุเรียนไปจุ่มน้ำ และนำไปวางบนหน้าผากจะสามารถช่วยลดไข้ได้ดีในระดับหนึ่ง
และยังมีสรรพคุณที่สามารถแก้อาการท้องร่วงรวมไปถึงใบทุเรียนยังช่วยขับพยาธิในลำไว้ได้อีกด้วย
นอกจากนี้ใบของทีเรียนยังมีสรรพคุณที่จะช่วยเรื่องของการเป็นยาแก้โรคดีซ่าย
และทำให้หนองแห้งสำหรับคนที่เป็นแผลที่มีหนองเกิดขึ้นตามบริเวณร่างกาย
ส่วนเปลือกที่เต็มไปด้วยหนามก็มีประโยคด้วยเช่นกันเพราะสามารถช่วยแก้โรคตานซาง
และรักษาโรคคางทูมรวมไปถึงช่วยแก้น้ำเหลืองเสียๆออกไปจากร่างกายได้อีกทั้งยังแก้ฝีรักษาแผลที่เป็น
แผลลักษณะพุพองรวมถึงการใช้สมานแผลให้หายดีที่สำคัญเปลือกของทุเรียนยังช่วยไล่ยุงรวมถึงแมลงต่างๆได้อีกด้วย…

กระเจี๊ยบ ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดื่ม

กระเจี๊ยบ เป็นสมุนไพรที่จัดอยู่ในวงศ์ชบามีถิ่นกำเนิดในประเทศซูดาน อินเดีย มาเลเซีย และประเทศไทย
โดยในประเทศไทยมีแหล่งผลิตที่สำคัญ ได้แก่ จังหวัดลพบุรี
สระบุรี อุตรดิตถ์ กาญจนบุรี และฉะเชิงเทรานอกจากนี้ กระเจี๊ยบ ยังมีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ ว่า ส้มเก็งเค็ง
(ตาก), ใบส้มม่า (ระนอง), แกงแคง (เชียงใหม่), ส้มปู
(แม่ฮ่องสอน), แบลมีฉี่ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), แต่เพะฉ่าเหมาะ
(กะเหรี่ยงแดง), ปร่างจำบู้ (ปะหล่อง), ส้มพอดี (ภาคอีสาน) หรือ
กระเจี๊ยบเปรี้ยว (ภาคกลาง) เป็นต้น
ส่วนลักษณะของต้นกระเจี๊ยบ เป็นไม้พุ่มมีความสูงประมาณ50-180 เซนติเมตร มีอยู่หลายสายพันธุ์
ลำต้นและกิ่งก้านมีสีม่วงแดง ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้เมล็ด
โดยส่วนที่เรานิยมนำมารับประทานกันไม่ใช่ดอกแต่เป็นผลของมัน
ซึ่งลักษณะผลกระเจี๊ยบ จะเป็นรูปรีมีปลายแหลม
ความยาวประมาณ 2.5 เซนติเมตร ผลอ่อนมีสีเขียว
ผลแก่จะแห้งแตกเป็น 5 แฉก มีกลีบเลี้ยงหนาสีแดงฉ่ำน้ำหุ้มอยู่เราจะเรียกส่วนนี้ว่ากลีบกระเจี๊ยบหรือกลีบรองดอก
หรือที่คนทั่วไปเข้าใจว่าเป็นดอกกระเจี๊ยบนั่นเอง
แล้ว กระเจี๊ยบที่เราเห็นนำมาชงเป็นน้ำดื่มแก้คลายร้อนดับกระหายนั้น
มีสรรพคุณดีๆ อย่างไร อย่างแรกเลยคือ ดอกกระเจี๊ยบ
ช่วยละลายไขมันในเส้นเลือดได้ อีกทั้งยังช่วยแก้อาการอ่อนเพลีย
ช่วยรักษาโรคเบาหวาน และ ช่วยลดความดันโลหิต ด้วย
ขณะที่ กลีบเลี้ยงของดอกหรือกลีบที่เหลือที่ผลยังใช้เป็นยาลดไขมันในเส้นเลือดและช่วยลดน้ำหนักได้
โดยมีการทดลองกับกระต่ายที่มีไขมันสูง
แล้วพบว่าระดับไตรกลีเซอไรด์ คอเลสเตอรอล และระดับไขมันเหลวลดลง
นอกจากนี้ยังมีปริมาณของไขมันชนิดดีเพิ่มมากขึ้นความรุนแรงของการอุดตันหลอดเลือดแดงใหญ่
จากหัวใจก็น้อยลงกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับสารสกัดกระเจี๊ยบด้วย
โดยในการทดลองใช้สารสกัดจาก ผล เมล็ด และ น้ำกระเจี๊ยบเท่านั้นไม่พอ รายงานการวิจัยพบว่าในวันที่ 12
หลังผู้ป่วยได้รับชาชงกระเจี๊ยบทุกวัน
ค่าความดันโลหิตเมื่อหัวใจบีบตัวและคลายตัวลดลง 11.2% และ10.7% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับวันแรก และ 3วันหลังจากหยุดดื่มชาชง
ความความดันโลหิตทั้งสองค่าก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญใน อียิปต์ ก็มีการใช้ประโยชน์จากกระเจี๊ยบเช่นกัน
โดยนำต้นของกระเจี๊ยบแดงมาต้มกินเพื่อเป็นยารักษาโรคหัวใจและโรคประสาท ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
ช่วยป้องกันหวัด เนื่องจากมีสารแอนโทไซยานินมากกว่าบลูเบอร์รีถึง 50%
อย่างไรก็ตาม กระเจี๊ยบ ไม่ได้มีแต่คุณประโยชน์เท่านั้น
หากยังมีโทษด้วยหากรับประทานมากเกินไปเพราะมีฤทธิ์เป็นยาระบาย และมีฤทธิ์เป็นยาขับปัสสาวะ
แม้ว่าจะมีความเป็นพิษต่ำมากแต่ก็ไม่ควรดื่มในปริมาณเข้มข้นและติดต่อกันนานๆเพราะจะไม่เกิดผลดีต่อสุขภาพนั่นเอง…

5 วิธีดูแลผิวในช่วงฤดูฝน เพื่อผิวสวยตลอดหน้าฝน

หน้าฝน ถือว่าเป็นฤดูที่ชอบของใครหลายๆคน สาว ๆ
บางคนอาจรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องดูแลผิวพรรณเพราะไม่ต้องออกไปเจอแ
ดด แต่รู้หรือไม่ว่ามีหลายสิ่งที่ทำร้ายผิวของเราโดยไม่รุ้ตัว ทั้ง น้ำฝน
ซึ่งมีฝุ่นละออง สารเคมี รวมถึงเชื้อโรคและสิ่งสกปรกมากมาย
ทำให้ผิวของเราดูหมองหม่นได้เสมอ
วันนี้เราจึงมีวิธดูแลผิวในช่วงหน้าฝนมาฝากกันค่ะไปดูพร้อมกันเลยยย!!
1.ทำความสะอาดร่างกายทุกครั้งหลังเจอฝน
น้ำฝนที่ตกลงมาทุกวันนี้ล่วนแล้วมีแต่สิ่งที่สกปรกปนเปื้ยนไปด้วนสารเค
มี ซึ่งเป็นตัวร้ายที่ทำให้ผิวของเราดูหมองคล้ำ
ดังนั้นเราควรอาบน้ำให้สะอาดทุกครั้งเมื่อโดนน้ำฝน
เพื่อชำระล้างสิ่งปรกออกจาผิวหนัง
2.ใช้คลีนซิ่งทำความสะอาดผิว
ในฤดูฝนเป็นตัวการสำคัญที่จะทำให้ผิวมันและหมอง
และยังเป็นตัวการที่ทำให้เกิดสิวอุดตันได้ง่ายอีกด้วย

ดังนั้นควนใช้คลียซิ่งทำความสะอาดผิวหน้าทุกครั้งก่อนล้างหน้า
เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกที่หลงเหลือ
3.มาสก์หน้าสัปดาห์ละครั้ง
อากาศชื้น ๆ ทำให้ผิวเกิดการอุดตันได้ง่ายจากคราบเครื่องสำอาง
ดังนั้นการมาสก์หน้า อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
เป็นการขจัดสิ่งอุดตันให้หลุดออกไป
4.นอนพักผ่อนให้เพียงพอ
ควรนอนหลับอย่างน้อยวะนละ 8- 10
ชั่วโมงเพื่อให้ผิวพรรณได้รับการซ่อมแซมและฟื้นฟูอย่างเต็มที่
เป็นการดูแลความงามจากภายนอกสู่ภายใน
5.รับประทานผักและผลไม้ที่มีประโยชน์
การรับประทานผักและผลไม่ที่มีวิตามิน
จะช่วยให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล สดใส
เพราะวิตามินจากผลไม้นี้และดีที่สุด อย่าลืมรับประทานอาหารให้ครบ 5
หมู่…

เคล็ดลับการมีหุ่นสวย สุขภาพดี

1.เมนูอาหารเช้า
ก่อนนอนคืนนี้อย่าลืมที่จะคิดเมนูอาหารเช้าไว้ก่อน แล้วลิสต์รายการที่ต้องการทานไว้
ถ้าสามารถคำนวณแคลได้ยิ่งดี คำนึงถึงเรื่องของอาหารโปรตีนสูงเป็นหลัก เช่น เนื้อปลา, ไข่ หรือธัญพืชต่าง ๆ
เตรียมเอาไว้ในตู้เย็นแล้วเช้ามาก็อุ่นรับประทานก่อนออกจากบ้านได้ทันที

2. อาหารมีน้ำ+ไฟเบอร์เยอะ ตัวช่วยอิ่มท้อง
กฎเหล็กข้อแรกของผู้ที่มีรูปร่างดี ไม่ใช่การกินน้อยแต่ตรงกันข้าม ให้กินเยอะเข้าไว้ค่ะ
โดยเฉพาะการกินอาหารที่มีน้ำและไฟเบอร์เป็นส่วนประกอบ อย่างผัก ผลไม้ ซุปใส และอาหารประเภทตุ๋น
ร่วมกับเมนูที่ทำจากโฮลเกรน ที่มีเส้นใยสูง ก่อนมื้ออาหาร เพราะอาหารเหล่านี้จะช่วยให้อิ่มท้อง
ทำให้คุณกินอาหารหลักได้น้อยลงนั่นเอง

3.ใช้ชีวิตเพื่อตัวเองบ้าง
เพราะผู้หญิงจำนวนไม่น้อยเลือกที่จะใช้ชีวิตเพื่อดูแลคนอื่น ดังนั้น ถึงงานจะเยอะ ภาระจะแยะขนาดไหน
ก็อย่าลืมใส่ใจเรื่องอาหารการกิน โดยเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ออกกำลังกายเป็นประจำ
และทำกิจกรรมที่ชอบ เพื่อผ่อนคลายความเครียด เพียงแค่นี้รับรองว่าหุ่นสวยและสุขภาพดีจะเป็นของคุณแน่นอน

4.พักผ่อนให้เพียงพอ
สิ่งสำคัญของคนลดน้ำหนักที่ขาดไม่ได้ คือการพักผ่อนให้เพียงพอในปริมาณ 8-10 ชั่วโมงต่อวัน
ที่สำคัญคือต้องตรงต่อเวลา ควรเข้านอนในช่วงก่อน 22.00 น.
ถ้าเกินกว่านี้ร่างกายจะเกิดการต่อต้านและสร้างฮอร์โมนไม่ดีมากมายออกมา
ซึ่งหนึ่งในนั้นคือฮอร์โมนแห่งความอยากอาหารที่มาแบบคูณ 2 รู้แบบนี้แล้วก็อย่านอนดึกเด็ดขาด

5.คุมน้ำหนักได้ ต้องชั่งน้ำหนักเป็นประจำ
หากคุณเป็นคนกลัวการชั่งน้ำหนัก เพราะกังวลกับน้ำหนักตัวที่อาจเพิ่มขึ้น ขอให้ลดละเลิกนิสัยนี้
เพราะผู้ประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักจะชั่งน้ำหนักเป็นประจำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งต่อสัปดาห์
เพื่อเตือนตัวเองไม่ให้มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ที่ตนกำหนดไว้ หากมีแนวโน้มว่าจะเพิ่ม จะได้สนุกกับการกินให้น้อยลง
และหมั่นออกกำลังกายให้มากขึ้น…

การมีเล็บสุขภาพดี

เล็บถือเป็นส่วนเล็กๆ ในร่างกายที่ไม่ควรละเลย โดยเฉพาะสาวๆ ที่ทำชอบทำเล็บและโดนสารเคมีกันอยู่เป็นประจำ
ทั้งนี้เล็บที่มีสุขภาพดีจะต้องผิวเรียบ ไม่ขรุขระ หนาและแข็งกำลังพอดี แต่หากเล็บไม่ดีอย่างที่บอกแล้ว
แปรว่าสุขภาพของคุณอาจไม่ดีอยู่ก็เป็นได้
การดูแลเล็บ
1.หลีกเลี่ยงน้ำยาทาเล็บ
2.หลีกเลียงสารเคมี
3.หลีกเลี่ยงการแช่น้ำเป็นเวลานาน
การสังเกตุเล็บ
1. เล็บไม่มีสี เล็บเปลี่ยนสีหรือไม่มีสีเกิดจากหลายสาเหตุ เช่นการติดเชื้อ, การขาดสารอาหาร
หรือมีปัญหาเรื่องระบบภายใน ถ้าหากเป็นคนชอบทาเล็บ สีเล็บก็จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองได้ง่าย
2.เล็บเปราะ สังเกตได้จากเล็บมีรอยยาวๆและเนื้อเล็บฉีกขาดง่าย
เล็บลักษณะนี้ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับผู้ที่เป็นโรคไทรอยด์ร,เกิดอาการติด เชื้อ
อีกสาเหตุอาจเป็นเพราะโรคผิวหนังไลเคนพลานัส
3.ปลายเล็บงอนหรือมีลักษณะเหมือนช้อน อาการนี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น โรคไทรอยด์ โรคหัวใจ
ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก มักเป็นโรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง หรือพิษสุราเรื้อรัง หรือโรคเกี่ยวกับข้อ
4.เล็บมีจุดๆสีขาวคล้ายหินปูน ถ้าเล็บของคุณมีลักษณะแบบนี้ ไม่ต้องกังวลไป เพราะอาจเกิดจากพันธุกรรม
อย่างไรก็ตามอาจมีอาการโรคไขข้ออักเสบ, โรคสะเก็ดเงิน, ผิวหนังอักเสบ รวมไปถึงศีรษะล้าน
เป็นลักษณะที่เล็บเป็นหลุมๆ ขนาดเล็กๆ เกิดขึ้นจำนวนมาก
ซึ่งอาจเชื่อมโยงอาการเช่นนี้ได้กับโรคทางผิวหนังได้เช่นกัน
เล็บสุขภาพดี
1.เล็บสีชมพู
2.เล็บเงางาม
3เล็บไม่ฉีก หักง่าย…

น้ำขิง ยาดียามฝนพรำ

ขิง
จัดเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลากหลายด้าน
เพราะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีความสำคัญอย่างมาก
ไล่ตั้งแต่ วิตามินเอ, วิตามินบี 1, วิตามินบี 2, วิตามินบี 3,
วิตามินซี, เบต้าแคโรทีน, ธาตุเหล็ก, ธาตุแคลเซียม
และธาตุฟอสฟอรัส
นอกจากนี้ ขิง ยังมีโปรตีน, คาร์โบไฮเดรต
และเส้นใยจำนวนมาก
แถมยังเป็นพืชที่นำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลายอย่าง ว่าจะเป็น
ราก, เหง้า, ต้น, ใบ, ดอก, แก่น และผล เรียกว่าตั้งแต่หัวจรดเท้า
ขิง สามารถใช้ประโยชน์ได้หมด
โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนที่โรคภัยไข้เจ็บมักเข้ามาคุกคามร่างกายเรา
ขิงจัดเป็นยาอายุวัฒนะชั้นยอดที่ช่วยให้เราห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บได้ง่ายๆ
แบบไม่เปลืองสตางค์เพราะสรรพคุณนั้นป้องกันครอบจักรวาลร้อยแปดพันเก้า
เอาที่แบบน่าทึ่งๆ ก็ช่วยต้านการเกิดมะเร็ง,
ช่วยชะลอความแก่ ลดริ้วรอย, ช่วยรักษาไมเกรน,
รักษาความดันโลหิต, บำรุงหัวใจ, แก้ปัญหาผมร่วง, บำรุงสายตา,
รักษาอาการปวดฝัน, แก้สะอึก, กำจัดกลิ่นรักแร้
และแน่นอนว่าแก้หวัดชะงัดนัก
ส่วนวิธีที่ง่ายที่สุดในการใช้ ขิง บำรุงร่างกายของเรา
คือการดื่มน้ำขิง โดยมีวิธีทำง่ายๆ เริ่มจากเตรียมส่วนผสม ขิงแก่ 1
กิโลกรัม / น้ำตาลทรายแดง 1 ถ้วยตวง / น้ำสะอาด 3 ลิตร
ล้างวัตถุดิบให้สะอาด แล้วเอาขิงใส่หม้อ ยกขึ้นตั้งไฟ
เมื่อน้ำเดือดให้ค่อยๆ เบาไฟลง เคี่ยวอีกประมาณ 20 นาที
จนน้ำขิงละลายออกมาจนหมด หรือน้ำเป็นสีเหลืองอ่อนๆ
แล้วยกลงจากเตา เสิร์ฟพร้อมน้ำตาลทรายแดง
หวานมากหวานน้อยแล้วแต่ความชอบของแต่ละบุคคล
แต่หากใครไม่สันทัดการดื่มน้ำขิงแบบร้อนๆ
ซึ่งแน่นอนว่าตัวขิงมีความเผ็ดร้อนเป็นทุนอยู่แล้ว
คุณสามารถดื่มน้ำขิงแบบเย็นได้ ด้วยการใส่น้ำแข็งลงไป
แลกกับการต้องเพิ่มน้ำตาลจากแบบร้อนแบบ 2-3 เท่าตัว ฮ่า ฮ่า
อย่างไรก็ตาม
ข้อควรระวังคือน้ำขิงที่คั้นมานั้นไม่ควรใช้ปริมาณที่เข้มข้นจนเกินไป
เพราะจะเป็นอันตรายต่อร่างกายได้
เนื่องจากจะไประงับการบีบตัวของลำไส้
จนทำให้ลำไส้หยุดการบีบตัว ดังนั้น ควรคั้นในปริมาณน้อยๆ
หรือดื่มจนชินก่อน
นอกจากนี้ ในบรรดาแม่ลูกอ่อนที่กำลังตั้งครรภ์
มีบางการวิจัยระบุว่าการทาน ขิง
ช่วยเพิ่มโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนในการตั้งครรภ์
รวมถึงการแท้งลูกด้วย ดังนั้น ควรปรึกษาแพทย์หากต้องการใช้
ขิง ลดอาการคลื่นไส้จากการแพ้ท้อง
ปิดท้ายที่โทษร้ายของ ขิง
คืออาจทำให้เกิดแผลพุพองในปากได้ หรือ ร้อนใน นั่นเอง
เนื่องจาก ขิง มีฤทธิ์ร้อน หากรับประทานเข้าไปในปริมาณมาก
จะทำให้เนื้อเยื่อในช่องปากอักเสบ แต่เอาเป็นว่ามีคุณมากกว่าโทษ
ทานแต่น้อยๆ พอเป็นยา รับรองแจ่ม…

อยากผมหนา ต้องทำอย่างไร

ปัญหาผมร่วงผมบางเป็นปัญหาใหญ่ของหลาย คน ซึ่งผลที่เกิดแม้จะไม่กระทบต่อร่างกายโดยตรง
แต่กลับมีผลกระทบอย่างแรงต่อสภาพจิตใจ บุคลิกภาพ รวมถึงการเข้าสังคม และการวางตัวที่เปลี่ยนไป
อาการหลุดร่วงของเส้นผมสามารถเกิดขึ้นได้
เมื่อถึงเวลาสระผมดยปกติตามธรรมชาติของมนุษย์เราจะสูญเสียเส้นผมโดยเฉลี่ย 100 เส้นต่อวัน
หากว่าเส้นผมนั้นมีการหลุดร่วงที่มากกว่าอัตราที่ว่านี้ก็อาจจะหมายความว่า
คุณนั้นกำลังประสบปัญหาผมร่วงผมบางมากกว่าปกติอยู่
สาเหตุของผมร่วง
1. สาเหตุอันมาจากกรรมพันธุ์ สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาผมร่วงผม
บางก่อนวัยอันควรนั้นก็คือมาจากฮอร์โมนในร่างกายซึ่งได้รับอิทธิพลมาจาก
พันธุกรรมก่อให้เกิดลักษณะของอาการผมบางอย่างถาวร
อย่างไรก็ตามรูปแบบของปัญหาผมบางนี้มักจะมีอิทธิพลในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง
2. สาเหตุอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายก่อให้เกิดความเสี่ยงที่เซลล์รากผมจะได้รับผลกระทบและอ่อนแอลง
อันนำไปสู่อาการผมร่วงในท้ายที่สุด
3.การตั้งครรภ์ สำหรับในผู้หญิงทั้งในระหว่างตั้งครรภ์
และภายหลังการคลอดบุตรแล้วมักจะประสบปัญหาอาการร่างกายขาดน้ำ,
เหนื่อยล้าและความไม่สมดุลย์ของฮอร์โมนในร่างกายซึ่งสาเหตุเหล่านี้นำไปสู่
การอ่อนแอลงของเซลล์รากผมและเพิ่มความเสี่ยงต่อการหลุดร่วงของเส้นผม
4.การได้รับผลกระทบทั้งทางร่างกายและจิตใจ อาการป่วยจากโรคบางโรค,
การเพิ่มขึ้น/ลดลงอย่างรวดเร็วของน้ำหนักตัว,
การได้รับความบาดเจ็บทางร่างกายอย่างรุนแรงที่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิด อาการขาดน้ำและอ่อนเพลีย

การป้องกันผมร่วง
1.ไม่ทำสีผมบ่อยจนเกินไป
ผู้หญิงเป็นเพศที่มีความรักสวยรักงาม การย้อมสีผมเปลี่ยน ลุคให้ตัวเองอยู่เป็นนิจ การย้อมสีผม, ดัดผม,
ยืดผมตรงถือว่าเป็นเรื่องปกติมากๆ ที่ผู้หญิงจะทำกัน แต่การนำเอาสารเคมีเข้าร่างกายบ่อยๆนั้นไม่ส่งผลดีเลย
จึงควรหมั่นดูแลเส้นผมเพื่อให้เส้นผมมีสุขภาพที่ดีอยู่เสมอ
2.เลิกสระผมด้วยน้ำอุ่น ความจริงแล้วน้ำอุ่นทำร้ายเส้นผมของเรา ทั้งทำให้ผมแห้งแตกปลาย หนังศีรษะแห้ง
จนในที่สุดเส้นผมก็มีสภาพอ่อนแอและหลุดร่วงจากหนังศีรษะได้อย่างง่ายดาย
ดังนั้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วหันมาใช้น้ำอุณหภูมิปกติในการสระผม ก็จะช่วยลดปัญหาผมร่วงที่เกิดขึ้นได้
3.รับประทานอาหารที่มีประโยชน์อย่างเหมาะสม โดยรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และถูกสุขลักษณะ
(เพิ่มวิตามินหรือเกลือแร่เสริมในกรณีที่รับประทานอาหารไม่ครบหมู่) เน้นรับประทานอาหารที่มีโปรตีน
โดยเฉพาะโปรตีนจากถั่วเหลือง ดื่มน้ำให้เพียงพอหรือดื่มไม่น้อยกว่าวันละ 2 ลิตร งดอาหารที่ใส่ผงชูรส
งดดื่มเหล้าและสูบบุหรี่
4.ไม่มัดผมแน่นเกินไป การมัดผม รวบผม
หรือการถักเปียที่แน่นมากจนเกินไปก็อาจเป็นการทำร้ายเส้นผมของคุณได้
เพราะนอกจากจะทำให้โครงสร้างของเส้นผมเกิดการหักงอหรือผิดรูปแล้ว
ยังอาจไปทำร้ายเคลือบผมทางอ้อมได้อีกด้วย ดังนั้นอย่าพยายามมัดผมหรือถักเปียบ่อย
ควรปล่อยผมให้ทิ้งตัวแบบสบายบ้าง…

4 'แป้งฝุ่นคุมมัน'หน้าเนียนผ่อง ไม่วอก ไม่ลอย ต้องลอง !

ด้วยสภาพอากาศบ้านเราที่ร้อนแสนจะร้อนลละอุ
สำหรับสาวๆที่หน้ามันคงจะหยุดหวิดไม่ใช้น้อย
ไม่ว่าจะแต่งหน้าแน่นแค่ไหนก็เหยิม จะทาอะไรก็เอาไม่ยู่
แถมยังเหนียวเหนิอหนะ หนาเป็นคราบอีกต่างหาก
อย่างเพิ่งกังวลใจไปค่ะ เพราะวันนี้เรามี 4 แป้งที่คุมมันที่ราคาไม่แพง
หาซื้อง่าย จะมีตัวไหนบ้างไปดูพร้อมๆกันเลย!

1. POND'S Magic Powder Oil & Blemish Control

แป้งฝุ่นพอนด์ส
ตัวนี้เป็นสูตรใหม่เนื้อแป้งเป็นสีฟ้าเนื้อละเอียดที่ช่วยคุมความมันได้ระดับ
หนึ่ง ปกปิดความหมองคล้ำ เผยผิวสดใสขาวนวลอย่างเป็นธรรมชาติ
ไม่เป็นมันละหว่างวัน พร้อมประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากรังสี
UVA และ UVB อีกด้วย

2. Natriv BB Oil Control Powder

ตัวนี้เป็นแป้งฝุ่นสีเนื้อ มีชิมเมอร์วิ้งค์ๆ
เนื้อแป้งเนียนละเอียดบางเบาเกลี่ยง่าย ทาแล้วหน้าไม่วอก คุมมันดี
ใช้ทาเซตรองพื้นได้ หน้าไม่วอกไม่ลอยระหว่างวัน
พร้อมปกปิดผิวจากรังสี UV ในแสงแดด

3. BIO Natural Oil Absorbing Face Powder

แป้งฝุ่นควบคุมความมันสูตรอ่อนโยนต่อผิว
เนื้อแป้งสีขาวนวลเนียนเป็นธรรมชาติ
ทำให้ผิวหน้าสะอาดไม่แห้งกร้าน ช่วยลดปัญหาสิว
ซึบซับความมันส่วนเกินได้หมดจด ไม่อุดตันรูขุมขนไม่ผสมน้ำหอม
สามารถใช้ได้ทุกวัน

4.แป้งฝุ่นเดอลีฟ ทานาคา

เนื้อแป้งละเอียดดี
มีส่วนผสมจากต้นทานาคานำมาซึ่งกลิ่นหอมอันสดชื่น

ปรับสภาพให้ผิวของคุณดูกระจ่างใส ขาวเนียนนุ่มอย่างเป็นธรรมชาติ
ช่วยปกปิดรอยจุดด่างดำและความหมองคล้ำของผิว…

สุขภาพ.ความงาม.ควรทำอย่างไรทำให้เราเเข็งเเรงอยู่ตลอดเวลา

สุขภาพของคนเรานั้นมีความสำคัญอย่างมากไม่มีใครที่จะต้องการให้ตัวเองเจ็บป่วยง่ายๆ
ดังนั้นเราต้องรักษาร่างกายของเราให้เเข็งเเรงอยู่เสมอ
เเละมาดูกันว่าวิธีที่จะทำให้ร่างกายของเรานั้นมีความเเข็งเเรงควรทำอย่างไรกันบ้าง
สิ่งเเรกเลยที่จะทำให้ร่างกายของเราเเข็งเเรงคือการออกกำลังกาย
ให้ออกเถอะวันละกี่นาทีก็ได้เเต่ยิ่งใช้เวลานานเท่าที่ร่างกายของเรารับไหวก็ยิ่งดีอย่างมาก
การออกกำลังกายจะทำให้เรามีความเเข็งเเรงเเล้วจะยังช่วยให้เราสดใสมากขึ้นอีกด้วย
จะใช้เวลาออกกำลังกายในช่วงเช้าหรือช่วงเย็นก็ได้
หรือว่าใครที่อยู่ใกล้ฟิตเนสก็ไปสมัครเป็นสมาชิกเพราะฟิสเนสจะมีคน
ที่คอยดูเเลให้คำปรึกษาในเรื่องของท่าทางการออกกำลังกายให้ถูกวิธี
อยู่จะทำให้เรา ออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เเละหากไม่ไปฟิตเนสก็สามารถเล่นกีฬาก็ได้นัดเพื่อน เตะฟุตบอล
เล่นเเบตมินตันหรือกีฬาที่คนในกลุ่มชอบอะไรก็ได้ขอให้ได้ออกกำลังกายทุกอย่างจะดีเอง
อาหารการกินก็สำคัญการกินอาหารที่มีประโยชน์
ก็จะทำให้เรามีสุขภาพที่เเข็งเเรง ควรลดพวกน้ำอัดลม น้ำหวานต่างๆ
หรืออาหารฟาดฟู๊ดควรที่จะเบาๆลงหน่อย
รวมไปถึงขนมอบกรอบทั้งหลาย ทางที่ดีควรหันไปกินผักเเละผลไม้
เเละที่สำคัญในเเต่ละวันก็ต้องกินอาหารให้ครบห้าหมู่จะทำให้ร่างกาย
ของเราเเข็งเเรงอย่างเเน่นอน
เเละที่สำคัญเลยคือเรื่องแอลกอฮอลนั้นไม่ควรที่จะดื่มมากเกินไปจะทำ
ให้เสียสุขภาพอย่างเเน่นอน
เพราะส่วนมากเเล้วคนที่ดื่มก็จะดื่มเเบบมากเกินไปจะทำให้ไปสะสมใน
ร่างกายในอนาคตจะส่งผลกระทบอย่างเเน่นอน
ดังนั้นการกินอาหารที่มีประโยนช์นั้นดีที่สุดใครที่
ต้องการมีสุขภาพที่เเข็งเเรงต้องปฎิบัติตามนอนไม่ดึกเกินไป
เรื่องนี้ก็สำคัญในเรื่องของการรักษาสุขภาพเราต้องนอนให้เพียงพอต่อ
ร่างกายของเรา การนอนนั้นเป็นสิ่งสำคัญ
ที่ได้ยินมาว่าคนเราต้องนอนวันละแปดชั่วโมงต่อวันจะเป็นการพักผ่อนที่เพียงพออย่างมาก
ส่วนใครที่ทำงานหนักเเต่ก็ควรนอนไม่เกินวันละ6-7ชั่วโมงเป็นอย่างน้อยหากนอนน้อยกว่นั้น
อาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างเเน่นอน
อาจจะเกิดเจ็บป่วยเพราะนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ
ซึ่งเราต้องเเบ่งเวลาให้ดีในการนอนเเละอย่าหักโหมทำงานมากเกินไป
มันจะไม่ดีต่อสุขภาพของเรา
สุดท้ายคือเราต้องหันเป็นคนอารมณ์ดี
การที่มีอารมณ์ดีจะส่งผลต่อความคิดเเละสุขภาพของเราด้วย
เราต้องคิดดีทำดีเป็นคนที่ไม่หงุดหงิดง่ายจนเกินไป รู้จัดการใช้เหตุผลเป็นหลัก
หากเป็นคนที่ชอบอารมณ์เสียจะทำให้เรานั้น
มีความคิดที่เป็นลบเเละจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพเเน่นอน
เราต้องปรับตัวให้เป็นคนที่ร่าเริ่งเเจ่มใส
เพื่อที่จะใช้ชีวิตประจำวันให้มีความสุขเเละหากเรามีความสุขเเล้วจะส่งผลดีต่อสุข
ภาพของเราอย่างเเน่นอน
เเละที่กล่าวมาก็คือการที่จำทำให้เรามีสุขภาพที่ดีใครที่สนใจลองทำตามคำเเนะ
นำก็สามารถทได้เลยรับรองว่าเห็นผลร้อยเปอร์เซ็น…