Menu

หมวดหมู่: สุขภาพ

หุ่นดีได้ ไม่ต้องมีตัวช่วย

1.เมนูอาหารเช้า
ก่อนนอนคืนนี้อย่าลืมที่จะคิดเมนูอาหารเช้าไว้ก่อน แล้วลิสต์รายการที่ต้องการทานไว้
ถ้าสามารถคำนวณแคลได้ยิ่งดี คำนึงถึงเรื่องของอาหารโปรตีนสูงเป็นหลัก เช่น เนื้อปลา, ไข่ หรือธัญพืชต่าง ๆ
เตรียมเอาไว้ในตู้เย็นแล้วเช้ามาก็อุ่นรับประทานก่อนออกจากบ้านได้ทันที
2. อาหารมี น้ำ+ไฟเบอร์เยอะ ตัวช่วยอิ่มท้อง
กฎเหล็กข้อแรกของผู้ที่มีรูปร่างดี ไม่ใช่การกินน้อยแต่ตรงกันข้าม ให้กินเยอะเข้าไว้ค่ะ
โดยเฉพาะการกินอาหารที่มีน้ำและไฟเบอร์เป็นส่วนประกอบ อย่างผัก ผลไม้ ซุปใส และอาหารประเภทตุ๋น
ร่วมกับเมนูที่ทำจากโฮลเกรน ที่มีเส้นใยสูง ก่อนมื้ออาหาร เพราะอาหารเหล่านี้จะช่วยให้อิ่มท้อง
ทำให้คุณกินอาหารหลักได้น้อยลงนั่นเอง
3.ใช้ชีวิตเพื่อตัวเองบ้าง
เพราะผู้หญิงจำนวนไม่น้อยเลือกที่จะใช้ชีวิตเพื่อดูแลคนอื่น ดังนั้น ถึงงานจะเยอะ ภาระจะแยะขนาดไหน
ก็อย่าลืมใส่ใจเรื่องอาหารการกิน โดยเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ออกกำลังกายเป็นประจำ
และทำกิจกรรมที่ชอบ เพื่อผ่อนคลายความเครียด เพียงแค่นี้รับรองว่าหุ่นสวยและสุขภาพดีจะเป็นของคุณแน่นอน
4.พักผ่อนให้เพียงพอ
สิ่งสำคัญของคนลดน้ำหนักที่ขาดไม่ได้ คือการพักผ่อนให้เพียงพอในปริมาณ 8-10 ชั่วโมงต่อวัน
ที่สำคัญคือต้องตรงต่อเวลา ควรเข้านอนในช่วงก่อน 22.00 น.
ถ้าเกินกว่านี้ร่างกายจะเกิดการต่อต้านและสร้างฮอร์โมนไม่ดีมากมายออกมา
ซึ่งหนึ่งในนั้นคือฮอร์โมนแห่งความอยากอาหารที่มาแบบคูณ 2 รู้แบบนี้แล้วก็อย่านอนดึกเด็ดขาด
5.คุมน้ำหนักได้ ต้องชั่งน้ำหนักเป็นประจำ
หากคุณเป็นคนกลัวการชั่งน้ำหนัก เพราะกังวลกับน้ำหนักตัวที่อาจเพิ่มขึ้น ขอให้ลดละเลิกนิสัยนี้
เพราะผู้ประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักจะชั่งน้ำหนักเป็นประจำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งต่อสัปดาห์
เพื่อเตือนตัวเองไม่ให้มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ที่ตนกำหนดไว้ หากมีแนวโน้มว่าจะเพิ่ม จะได้สนุกกับการกินให้น้อยลง
และหมั่นออกกำลังกายให้มากขึ้น…

แนะนำอาหารเสริมคุมน้ำหนักปลอดภัย

อาหารเสริมถือเป็นตัวช่วยในการควบคุมน้ำหนักให้เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น
เหมาะสำหรับผู้ที่มีสไตล์การใช้ชีวิตที่เร่งรีบไม่มีเวลาดูแลตัวเองซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะมองข้าม
ดังนั้นการรับประทานอาหารเสริมจึงเป็นทางเลือกที่ดีช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายแบบครบถ้วน
โดยปัจจุบันนั้นมีอาหารเสริมเพื่อช่วยในการคุมน้ำหนักออกมามากมาย
หลายยี่ห้อ ซึ่งในฐานะที่เราเป็นผู้บริโภคควรที่จะตรวจสอบให้ดีเสียก่อน
อันดับแรกคือเรื่องของการรับรองจากคณะกรรมการองค์กรอาหารและยา เพื่อเพิ่มความมั่นใจว่าใช้แล้วปลอดภัยอย่างแน่นอน
วันนี้เราจะมาแนะนำอาหารเสริมที่ช่วยสำหรับการคุมน้ำหนักได้รับการยอมรับและมีมาตรฐานมากฝากกัน
1. Amado S Garcinia
อาหารเสริมสำหรับการลดน้ำหนัก
มีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติ 100%
ด้วยคุณค่าจากสารสกัดของผลส้มแขก ที่มีสาร HCA
หรือสารไฮดรอกซีซิตริกแอสิดอยู่เป็นจำนวนมาก
ซึ่งสารที่ว่านี้เป็นสารที่มีคุณสมบัติที่ดีในการเข้าไปสกัดและยับยั้งการสะ
สมของไขมันส่วนเกินในร่างกายและยังช่วยทำให้รู้สึกอิ่มไว้รับประทานอาหารได้น้อยลง
ซึ่งสาเหตุมาจากผงบุกทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้นการทานอาหารจุกจิกน้อยลง
2. Itcha Slim
อาหารเสริมสำหรับลดน้ำหนักได้มาจากการสกัดเมล็ดกาแฟไม่คั่ว
ผงสัปปะรส และสารสกัดจากสาหร่ายสีน้ำตาล
มีส่วนช่วยในการปรับระบบเผาผลาญทำงานได้ดีขึ้นอีกทั้งยังช่วยให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น
โดยไม่ใช้สารกดประสาทที่ทำให้เป็นอันตรายเพราะมีส่วนผสมจากไฮเลี่ยมฮัสก์
ซึ่งมีคุณสมบัติในการพองตัวสูงเมื่อแช่กับน้ำจะช่วยให้พองตัวได้ถึง 25
เท่า นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วย สารสกัดจากธรรมชาติ 9
ชนิดที่ดักจับไขมันที่เข้ามาในร่างกายกระตุ้นการเผาผลาญและส่งเสริม
การสร้างกล้ามเนื้อช่วยให้กล้ามเนื้อกระชับมากยิ่งขึ้น
และยังช่วยในการปรับสมดุลของร่างกายระบบขับถ่ายดีขึ้น
3.Block 4 Slim by Giffarine
อาหารเสริมสำหรับควบคุมน้ำหนักจาแบรนด์ดังที่เราคุ้นหูกันอยู่แล้วอย่าง Giffarine
ที่รับได้รับการการันตีคุณภาพและมีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน
โดยเจ้าตัวนี้มีส่วนประกอบที่สกัดมาจากธรรมชาติอย่างถั่วขาว,
ถั่วเหลือง ช่วยให้ดูดซึมน้ำตาลได้เป็นอย่างดีทำให้ร่างกายไม่มีการสะสมไขมัน
และยังช่วยปรับในเรื่องของระบบเผาผลาญของร่างกายและขับถ่ายด้วย
4.Denim Plus
อาหารเสริมควบคุมน้ำหนักที่มาในรูปแบบแคปซูล
ทำให้รับประทานง่าย สกัดมาจากธรรมชาติอย่างต้นตะบองเพชรอินเดีย
ไคโตซาน เมล็ดกาแฟเขียว ถั่วขาว
ที่เป็นตัวช่วยสำคัญในการลดการดูดซึมแป้ง น้ำตาล และไขมันไม่ให้เข้าไปสะสมในร่างกาย
ช่วยให้ขับถ่ายได้สะดวกพร้อมกับมีการรับรองจาก 3 สถาบันอย่าง
“อย”, “ฮาลาล” และ “GMP"
5.Garcinia Plus+ Natual Code
อาหารเสริมสำหรับควบคุมน้ำหนักจาก Natual Codeที่ทำออกมาในรูปแบบของแคปซูล
ซึ่งจะอุดมไปด้วยสารสกัดจากธรรมชาติอย่าง อย่างส้มแขก และ มังคุด
มีสรรพคุณที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายดึงไขมันเก่าที่มีการสะสมอยู่มาใช้และหยุดการสะสมของไขมันใหม่
ช่วยในการกระตุ้นการขับถ่ายให้เกิดการขับถ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
แถมยังมีคุณสมบัติช่วยลดความอยากอาหารไม่มีส่วนผสมจากคาแฟอีน
และได้รับการรับรองจาก อย. และ GMP…

เลือกกินอย่างไรเพื่อให้สุขภาพดี

ปัจจุบันคนไทยมักจะประสบปัญหากับโรคอ้วนโดยเฉพาะหลังจากที่ผ่านพ้นวัยเรียนก้าวเข้าสู้วัยทำงาน
น้ำหนักตัวนั้นก็เริ่มที่จะเพิ่มขึ้นยิ่งถ้าคุณทำงานที่ไม่ได้ใช้พลังงานมากไม่ได้ขยับไปไหนอย่างงานออฟ
ฟิศ ที่ต้องจดจ้องอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์บวกกับการนอนดึกไปอีกยิ่งไปกันใหญ่
ซึ่งนอกจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตทำให้เกิดอาการน้ำหนักตัวมากขึ้นแล้ว
สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือพฤติกรรมในการทานอาหารที่อาจจะไม่ถูกต้องสักเท่าไหร่ เราจะสังเกตได้ในชั่วโมงเร่งด่วน
คนส่วนใหญ่มักจะหลงลืมการรับประทานอาหารเช้าที่จัดว่าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด
วันนี้เรามีเคล็ดลับในการเลือกทานอาหารอย่างไรให้สุขภาพดีมาฝากกัน
1.ทานอาหารเช้า
อย่างที่บอกไปว่าการทานอาหารเช้านั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ
ไม่ว่าคุณจะต้องการลดน้ำหนักหรือไม่
เพราะร่างกายของเราต้องการพลังงานไปใช้ตลอดทั้งวันทำให้สมองไม่รู้
สึกเพลียและสามารถทำงานได้ตลอดทั้งวัน
2.อย่าตามใจปาก
บ่อยครั้งที่ร่างกายเรามักจะโหยหาอาหารที่ชอบอย่างเฟรนช์ฟราย นักเก็ตไก่
อาหารเหล่านี้เราไม่ได้บอกให้คุณอดเลยทันทีคะเพราะนั่นจะเป็นการหักดิบที่มากเกินไป
เพียงแต่ให้คุณเปลี่ยนเมนูจากทอดมาเป็นการอบแทน
ซึ่งอาหารทอดเหล่านี้มักจะอุดมไปด้วยแคลอรี่และไขมันส่วนเกินที่จะไปสะสมในการร่างกาย
3.คุมแคลอรี่ให้ดี
ตัวอย่างอาหารที่มีแคลอรี่และน้ำตาลมากๆ ก็คือจำพวกน้ำอัดลม
น้ำหวาน สมูตตี้ หรือน้ำผลไม้ ควรหันมาทานผลไม้สดที่ไม่มีรสหวาน
หรือเลือกที่จะดื่มน้ำเปล่าให้ได้ 8-12 แก้วแทนหากเบื่อเมนูแบบเดิมๆอาจจะเปลี่ยนมาเป็น
น้ำผักผลไม้แบบแยกกากก็ได้
4.เลือกทานผักทุกมื้อ
การเพิ่มผักลงไปในมื้ออาหารของคุณ ไม่ว่าจะเป็น พริกหยวก
ผักสลัด มะเขือเทศ โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมันสูงอย่าง พิซซ่า
เพราะจะทำให้คุณอิ่มได้เร็วขึ้นอีกทั้งยังทำให้คุณไม่อยากขนมหวาน
นอกจากนี้การเลือกทานผัก 5 สีมาทานก็เป็นทางเลือกที่ดีเพราะอุดมไปด้วยวิตามินและ
สารต้านอนุมูลอิสระสูง และเป็นการหลีกเลี่ยงการกินอาหารที่ไม่ดี
5.เลือกไขมันประเภทดี
การเลือกเปลี่ยนไขมันชนิดดีมาทำอาหารถือเป็นเรื่องที่ดี
แม้ว่าราคาอาจจะแพงกว่าเครื่องปรุงอาหารทั่วไป
ซึ่งทางเลือกนั้นมีหลากหลายเช่นน้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าวซึ่งเป็นไขมันไม่อิ่มตัว
ช่วยในการเผาผลาญไขมันและลดปริมาณคอเรสเตอรอลที่ไม่ดีต่อร่างกาย
6.ไม่กินแบบไร้เหตุผล
การที่ปากว่างนั้นไม่ได้หมายความว่าคุณหิว
บางคนทานอาหารแบบไม่สนใจอะไร เรียกได้ว่าหิวเมื่อไหร่ก็จัดซะเลย
ควรเลือกพฤติกรรมเหล่านี้และทานอาหารให้ตรงเวลา
โดยเฉพาะพวกของว่างหรืออาหารฟาสฟู้ด…

สาเหตุต่างๆ ที่ทำให้เรามีความเสี่ยงระดับน้ำตาลในเลือดสูง

ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาสุขภาพที่เราสามารถพบเจอได้บ่อยๆ
ด้วยพฤติกรรมอะไรหลายๆ อย่างของผู้คนในสมัยนี้ซึ่งถ้าเราเรียนรู้เกี่ยวกับมันเอาไว้บ้างก็จะเป็นเรื่องดี
ถ้าหากว่าร่างกายของเรามีระดับน้ำตาลในเลือดสูงมันจะมีความเสี่ยงที่ทำให้เป็นโรคเบาหวาน ขณะเดียวกันก็ส่งผลเสียต่างๆ
ต่อร่างกายของเราด้วย เราจะมีอาการอ่อนเพลีย เข้าห้องน้ำปัสสาวะบ่อยกระหายน้ำ ซึ่งถ้าในระยะยาวไม่ได้แก้ไขให้ดีขึ้น
มันจะเป็นอันตรายต่อตัวเรายังแน่นอนระดับน้ำตาลในเลือดที่ว่าสูงนั้น ค่าปกติเมื่อเข้ารับการตรวจจะอยู่ที่ 70-100
มิลลิกรัม/เดซิลิตร ซึ่งถ้ามากเกินกว่า 100ก็ให้เข้าใจเอาไว้เลยว่าเรากำลังมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติแล้ว
ดังนั้นถ้าไม่อยากให้มันเกิดขึ้นกับเราก็ควรศึกษาถึงสาเหตุต่างๆที่ทำให้ระดับน้ำตาลมันสูงขึ้นได้เอาไว้ก่อน
ปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้เรามีความเสี่ยงระดับน้ำตาลในเลือดสูง มีมากมายเหลือเกิน
อย่างแรกเลยก็คือพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ใครที่ชอบทานอาหารไขมันสูง
นอกจากจะเสี่ยงเรื่องไขมันในเส้นเลือดมันยังจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดช้าลงด้วย
มันจึงกลายเป็นสาเหตุที่ส่งผลถึงเรื่องนี้เหมือนกัน
เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งเต็มไปด้วยคาร์โบไฮเดรตก็มีผลด้านนี้ด้วย
เพราะคาร์โบไฮเดรตนั้นสามารถแปรสภาพเป็นน้ำตาลได้
ถ้าดื่มเยอะก็จะทำให้ร่างกายของเรามีระดับน้ำตาลในเลือดสูงขณะที่เครื่องดื่มเกลือแร่ก็มีส่วนเช่นกัน
เพราะมันเป็นเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลค่อนข้างเยอะ ถ้าเราดื่มบ่อยๆ ก็จะส่งผลถึงเรื่องนี้รวมไปถึงทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้นได้อีกด้วย
ความเครียดนั้นก็มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดเช่นกัน เมื่อเรามีอาการเครียดร่างกายของเราก็จะหลั่งฮอร์โมนบางอย่างออกมา
เป็นฮอร์โมนคอร์ติซอลที่กระตุ้นให้ร่างกายของเราปล่อยพลังงานในรูปแบบน้ำตาลออกมา
จึงบอกได้เลยว่ายิ่งเครียดมากก็จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดของเราสูงขึ้นด้วย
พฤติกรรมการนอนก็เช่นกัน
เรารู้ดีกันอยู่แล้วว่าการนอนพักผ่อนที่ไม่เพียงพอนั้นก่อให้เกิดโทษต่อร่างกายมาก
มาย หนึ่งในนั้นก็คือระดับน้ำตาลในเลือด เมื่อคนเรานอนพักผ่อนไม่เพียงพอ
จะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมาเช่นเดียวกับตอนที่เราเครียด
จึงเป็นผลเสียในรูปแบบที่ไม่ต่างกัน
สำหรับใครที่เกิดอาการนี้ขึ้นกับตัวแล้ว ให้ไปพบแพทย์
เพื่อที่จะได้ทานยาลดระดับน้ำตาลในเลือด
นอกจากนี้ก็ควรเลือกทานอาหารให้เหมาะสม, หมั่นออกกำลังกายบ่อยๆ
และก็ไปตรวจเลือดอยู่เสมอๆ ด้วย พยายามดูแลตรงนี้ให้ดี
ไม่เช่นนั้นร่างกายของเราก็อาจมีอันตรายได้…

4 วิธีดูแลคิ้วให้สวยปิ๊ง โดดเด่นเหนือใคร

“คิ้ว เป็นมงกุฎของหน้า” หลายๆ คนคงเคยได้ยินประโยคนี้
เพราะถือเป็นส่วนที่ส่งเสริมให้ใบหน้าของคุณดูโดดเด่น แต่สำหรับใครที่คิ้วไม่สวย
การจะไปสักคิ้ว อาจทำให้บางคนลังเล เพราะยังไงก็ดูไม่เหมือนคิ้วธรรมชาติของเราเอง
วันนี้เรามีวิธีบำรุงขนคิ้วด้วยวิธีธรรมชาติและทำตามได้ง่ายๆ เราลองมาดูกัน
1. ดอกอัญชันทาคิ้ว
ดอกอัญชันทาคิ้ว คุณสมบัติ มีสารช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตให้ดีขึ้นมีชื่อว่า
Anthocyanin ซึ่งมีส่วนช่วยให้เลือดไปเลี้ยงบริเวณรากผม
และบริเวณรากขนคิ้วรวมถึงส่วนอื่นๆ ช่วยให้คิ้วดำยิ่งขึ้น
วิธีใช้
1. นำหัวแปรงมาสคาร่าที่ใช้แล้วล้างให้สะอาด
2. กำหนดทรงคิ้วที่ต้องการ
3. นำดอกอัญชันสด มาบดให้ละเอียด
แล้วใช้แปรงมาสคาร่าแต้มอัญชันป้ายที่คิวตามทรงที่เขียนไว้ ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีแล้วล้างออก
2. บำรุงขนคิ้วให้ดูดี
บำรุงขนคิ้ว น้ำมันมะกอก Olive Oil คุณสมบัติ มีวิตามิน B และวิตามิน E
ซึ่งมีส่วนช่วยบำรุงขนคิ้ว และเส้นผมให้หนา ดกดำ หยุดการหลุดร่วง
และงอกขึ้นมาใหม่ได้ง่าย วิตามิน E
ยังช่วยในการเจริญเติบโตของขนคิ้วและเส้นผมอีกด้วย
น้ำมันมะกอกที่หาง่ายใช้ได้ทั้งเส้นผมและขนคิ้ว ขนตาคือ Virgin Olive Oil
เป็นน้ำมันที่บริสุทธิ์ สดใหม่ทั้งยังไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้
วิธีใช้
1. กำหนดทรงคิ้วที่ต้องการ
2. นำน้ำมันมะกอกทาคิ้วทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด
3. วิธีทำให้คิ้วดกดำ
น้ำมันมะพร้าว ถือเป็นส่วนผสมหลัก มีคุณสมบัติ ลดการหลุดร่วง
และอุดมไปด้วยคุณค่าของวิตามิน E ในปริมาณสูง
มีส่วนช่วยกระตุ้นให้ขนคิ้วและขนตาที่หลุดร่วงไปขึ้นใหม่เร็วขึ้น ช่วยทำให้รากขนคิ้ว
ขนตาแข็งแรง และไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้อีกด้วย
วิธีใช้
1. รินน้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนชา ลงบนฝ่ามือ
2. แต้มคิ้วให้เป็นรูปทรงที่ต้องการ
3. ทิ้งไว้ 20 นาที แล้วล้างออก
4. วิธีทำคิ้วให้เข้ม
อยากคิ้วเข้ม น้ำมันมะรุม Ben Oil คุณสมบัติ มีวิตามิน A , C , E
ช่วยสร้างคอลาเจนให้ผิวชุ่มชื่น ลดเรือนริ้วรอย
และบรรเทาอาการผื่นคันเนื่องมาจากการแพ้ดินสอเขียนคิ้ว หรือเครื่องสำอางอื่นๆ
ช่วยกระชับรูขุมขนจากการถอนคิ้ว และทำให้ขนคิ้ว ขนตาดกดำขึ้นเมื่อใช้เป็นประจำ
วิธีใช้
1. รินน้ำมันมะรุม 1 ช้อนชา ลงบนฝ่ามือ
2. แต้มคิ้วให้เป็นรูปทรงที่ต้องการ
3. ทิ้งไว้ 20 นาที แล้วล้างออก…

บอกลาความบวม! รวมเครื่องดื่ม ช่วยย่อย ลดอาการบวมน้ำ

อาการบวมน้ำ อาจเป็นอาการที่สาวๆ หลายคนเคยเป็นกัน
และสร้างความตกใจกันมานักต่อนักแล้ว ซึ่งอาการบวมน้ำนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุ
ไม่ว่าจะเป็นการกินอาหารที่มีโซเดียมมากเกินไป หรือการกินอาหารที่มีแก๊สเยอะ
รวมถึงการท้องผูกเป็นประจำ ซึ่งร่างกายจะผลิตแก๊สออกมาเป็นจำนวนมาก
ทำให้ร่างกายเกิดอาการบวม รวมไปถึงการดื่มน้ำมากเกินไป
แต่อาการบวมน้ำนี้ก็สามารถแก้ไขได้ เช่น การออกกำลังกายบ่อยๆ นอกจากนี้
เรื่องของอาหารการกินก็สำคัญเช่นกัน ถ้าอยากกำจัดอาการตัวบวม ท้องบวมให้หายไป
เราได้รวบรวมเครื่องดื่มที่ช่วยลดอาการนี้มาให้คุณลองแล้ว
1. น้ำเปล่า
แม้ว่าการดื่มน้ำมากเกินความไปจะทำให้ตัวบวมและส่งผลเสียต่อไตได้
แต่การดื่มน้ำน้อยเกินไป ก็ไม่ดีเช่นกัน เพราะจะทำให้เลือดข้น
ของเหลวไหลเวียนไม่สะดวก และเกิดอาการท้องผูก
เป็นผลทำให้หน้าท้องบวมมากกว่าเดิม ดังนั้น
ควรดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย หรือดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อย 8
แก้วต่อวัน
2. น้ำดีท็อกซ์
สำหรับใครที่ดื่มน้ำเปล่าได้ไม่มากนัก ลองเปลี่ยนมาดื่ม น้ำดีท็อกซ์ หรือ Infused Water
ก็ช่วยให้ดื่มน้ำได้มากขึ้น เพราะน้ำหมักจากผลไม้เช่นนี้
นอกจากจะช่วยให้น้ำเปล่ามีรสชาติที่ดื่มง่าย ให้ความสดชื่นมาก
ยังได้ประโยชน์จากผลไม้อีกด้วย
3. สมูทตี้สีเขียว
สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ร่างกายเกิดอาการบวมน้ำ คือ อาการท้องผูก
ซึ่งอาจเกิดจากการดื่มน้ำน้อย หรือทานผักและผลไม้น้อยเกินไป
แนะนำให้ลองเริ่มจากการดื่มสมูทตี้สีเขียว
หรือสมูทตี้ที่มีส่วนผสมของผักใบเขียวและผลไม้สีเขียวก
ที่ทำให้ร่างกายเราได้รับกากใยจากผักมากขึ้น ระบบขับถ่ายก็ทำงานได้ดีขึ้น
4. โยเกิร์ตแบบ Low Fat
โยเกิร์ต ถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ตอบโจทย์ เพราะมี โพรไบโอติก ช่วยย่อยอาหารได้ดี
จะเลือกกินเป็นกรีกโยเกิร์ต โยเกิร์ตสำเร็จรูปที่มีโพรไบโอติกสูง
ที่สำคัญควรเลือกกินโยเกิร์ต แบบ Low Fat และเลือกโยเกิร์ตที่มีโพไปโอติกสูงมากๆ
จะให้ผลดีที่สุด
5. แอปเปิลไซเดอร์
ถือเป็นเครื่องดื่มอีกชนิดหนึ่ง ที่มีโพรไบโอติกสูงมาก ในกลุ่มคนที่กำลังลดน้ำหนัก
จะคุ้นเคยกับเครื่องดื่มนี้ ที่มีประโยชน์อย่างมากในการช่วยย่อยอาหาร
แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อได้ดี แนะนำให้กินแอปเปิลไซเดอร์ 1 ช้อนชา ผสมน้ำ 1-2
แก้วก่อนมื้ออาหาร จะช่วยลดความอยากอาหารได้…

วิตามินที่มีประโยชน์เจ้าอยู่ในอาหารประเภทใดบ้าง ตอนที่ 1

ทุกท่านคงทราบดีว่าวิตามินนั้นเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกาย
ช่วยให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายสมดุล
ซึ่งเราจะได้รับในสารอาหารที่รับประทานเข้าไป
หรือบางท่านอาจเลือกใช้วิตามินเสริมชนิดเม็ดเพื่อให้ร่างกายสดชื่น
ทำงานได้ดี ไม่อ่อนเพลีย ตัวอย่างเช่นในช่วงที่เราอ่อนเพลีย
หรือต้องใช้สมองหนัก ร่างกายอาจต้องการวิตามินบีเพิ่มมากขึ้น
เพราะวิตามินบีช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมอง
หากเรารับประทานอาหารที่มีวิตามินประเภทนี้
ก็จะช่วยให้ร่างกายหายจากความอ่อนล้าได้
โดยวิตามินที่รางกายต้องการนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลัก ๆ
คือวิตามินที่ละลายในน้ำ และวิตามินที่ละลายในไขมัน
โดยวิตามินที่ละลายในไขมันมีดังนี้ วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี
และวิตามินเค
ซึ่งในตอนที่ 1
จะแนะนำอาหารที่ให้วิตามินชนิดละลายในไขมันที่จำเป็นต่อร่างกายต่างกัน
ดังนั้นเราจะสามารถพบวิตามินในอาหารประเภทใดบ้าง
และประโยชน์ของวิตามินแต่ละชนิด มีดังต่อไปนี้
1.วิตามินเอ (A)
ประโยชน์ – ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สุขภาพดี
– ส่งเสริมการสร้างของกระดูก (นำ เพนไ)
– ทำงานแบบเดียวกับสารต้านอนุมูลอิสระ หรือแอนตี้ออกซิแดนซ์
– ลดความเสี่ยงต่อการเกิด ภาวะตัวเหลือง-ตาเหลือง, มะเร็งปอด หรือมะเร็งต่อมลูกหมาก
แหล่งที่พบ – เนื้อวัว, ตับ
– ไข่ไก่
– กุ้ง, ปลา
– นม, ชีส
– มันเทศ, แครอท, ฟักทอง, ผักโขม, มะม่วง และผักกาด
2. วิตามินดี (D)
ประโยชน์ – ช่วยคงระดับแคลเซียม และฟอสฟอรัสในกระแสเลือด
เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกระดูก
– ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและฟัน
แหล่งที่พบ – นม และผลิตภัณฑ์จากนม เช่น เนย หรือชีส
– น้ำมันปลา
3. วิตามินอี (E)
ประโยชน์ – ทำงานแบบเดียวกับสารต้านอนุมูลอิสระ หรือแอนตี้ออกซิแดนซ์
– เสริมการทำงานของวิตามินเอ (A)
– ช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อม หรืออัลไซเมอร์
แหล่งที่พบ – เนยมาการีน
– ธัญพืช และถั่วต่างๆ
– ผักใบเขียว
4. วิตามินเค (K)
ประโยชน์ – กระตุ้นการทำงานของโปรตีนและแคลเซียมภายในเลือด
ทำให้เลือดหยุดไหล
– ช่วยป้องกันการหักของข้อสะโพก
แหล่งที่พบ – กะหล่ำปี, ผักโขม, บล็อกโคลี, ใบเคล และผักใบเขียวอื่นๆ
– ไข่
– นม
ดังนั้นการที่เรารับประทานอาหารที่มีวิตามินซึ่งละลายในไขมันก็มีความจำเป็น
ที่จะต้องทาไขมันดี ที่สามารถพบในน้ำมันมะกอก น้ำมันดอกทานตะวัน
อัลมอนต์ เพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซึมเอาวิตามินไปใช้ได้
อีกทั้งยังควรต้องหลีกเลี่ยงไขมันไขมันอิ่มตัวที่สามารถสะสมในร่างกาย
ทำให้ระดับไขมันในเลือดสูง เกาะตามผนังหลอดเลือด ทำให้อ้วนลงพุง
และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง
และโรคหลอดเลือดสมอง ในผู้ที่ควบคุมน้ำหนักอย่างเคร่งครัด
และงดการทานอาหารที่มีไขมัน
ในระยะเวลานานอาจส่งผลให้ขาดวิตามินที่ละลายในไขมันได้
ดังนั้นการลดความอ้วนควรคำนึงถึงสุขภาพโดยรวมด้วย…

ของว่างแบบไหน ทานได้เพลินๆ ไม่ต้องกลัวอ้วน

เชื่อว่าวันทำงานของหลายๆ คน เมื่อถึงเวลาบ่ายๆ
มักจะเป็นช่วงเวลาที่หนังตาเราจะหย่อนมากกว่าปกติ
เพราะหลังจากที่หนังท้องเราตึงจากการทานข้าวกลางวันเสร็จแล้ว
เมื่อกลับเข้ามาทำงาน ร่างกายก็อยากจะพักผ่อนนอนกลางวันเสียทุกที สาวๆ
ทางแก้ของหลายๆ ท่านจึงเลือกที่จะมีขนมหรือของว่างเล็กๆ น้อยๆติดโต๊ะทำงานไว้เพื่อไม่ให้ง่วงนอน
แต่เมื่อขึ้นชื่อว่าของว่างทั้งที ถ้าเลือกไม่ดี เลือกแต่ขนมก็อาจจะนำพาความอ้วนมาได้
เราจึงควรจะเลือกของกินแบบที่ไม่ทำลายสุขภาพเพราะการกินของว่างถ้าเลือกกินแบบคลีนๆ ก็ทำให้เราไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนักตัว
วันนี้เราเลยเลือก 5 ของว่างทานเล่นเพื่อสุขภาพ ที่ไม่ทำให้อ้วนและเหมาะแก่การพกไว้ในที่ทำงานเพื่อกินแก้ง่วงได้มาฝากกัน

1. ถั่วและธัญพืช
หากคุณกำลังต้องการดูแลรูปร่าง ถั่วและธัญพืชนั้น ถือเป็นของว่างที่ตอบโจทย์
เพราะด้วยแคลอรี่ที่ต่ำแต่มีโปรตีนและวิตามินค่อนข้างเยอะ ทำให้หลายๆ
ท่านเลือกที่จะมีถั่วและธัญพืชติดโต๊ะทำงานไว้ ซึ่งหากเป็นไปได้
ก็แนะนำให้เลือกแบบรสธรรมชาติได้ แบบไม่ต้องใส่เกลือเยอะๆ จะยิ่งดี
เพราะโซเดียมจะได้ไม่สูงจนเกินไป

2. แครกเกอร์
ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีหากมี แครกเกอร์ชิ้นเล็กๆ
เลือกทานแค่พอขจัดความง่วงให้หายไป ซึ่งถ้าหากจะให้ดีกว่านี้
ควรเป็นเครกเกอร์แบบผสมธัญพืชจะเป็นการช่วยเพิ่มสารอาหารและคุณประโยชน์ให้กับร่างกายได้อีกด้วย

3. ดาร์คช็อคโกแลต
หลายๆ คนติดภาพว่าช็อคโกเล็ตที่เป็นของหวานมีแต่จะทำให้เราอ้วน
แต่ถ้าเรารู้จักกินอย่างถูกวิธี
โดยการเลือกทานดาร์คช็อคโกแลตแทนช็อคโกแลตแบบปกติ
ก็ถือเป็นการลดแคลอรี่ได้กว่าครึ่งหนึ่งแล้ว นอกจากนี้
ในดาร์คช็อคโกแลตยังมีสารที่สามารถช่วยลดคอเรสเตอรอล
และลดความเครียดซึ่งมีส่วนช่วยให้เราแก่ช้าลงอีกด้วย

4. ผลไม้หั่นชิ้นเล็กๆ
อย่างที่รู้กันว่าการกินผลไม้นั้น เป็นผลดีต่อร่างกาย
และเป็นของว่างที่ดีกว่ากินขนมเป็นไหนๆ ยิ่งช่วงง่วงๆ ยามบ่าย
ถ้าได้ผลไม้หั่นชิ้นแช่เย็นนิดๆ จะยิ่งช่วยขจัดความง่วงไปได้มากมายเลยทีเดียว
นอกจากนี้ ยังไม่ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นอีกด้วย
ทางที่ดีก็ควรเลือกผลไม้ที่รสชาติไม่หวานจัดจนเกินไป เช่น แอปเปิ้ล ฝรั่ง ชมพู่

5. ผลไม้อบแห้ง
ผลไม้อบแห้ง เป็นอีกตัวเลือกที่ให้แคลอรี่ต่ำ ด้วยรสชาติเปรี้ยวๆ หวานๆ
ช่วยขจัดความง่วงในยามบ่ายได้อย่างดีเลยทีเดียว
และยิ่งถ้าคุณสามารถเลือกทานแบบไม่ผสมน้ำตาลได้ก็จะยิ่งหมดกังวลเรื่องน้ำหนักตัวได้ดีทีเดียว…

ทุกคนต้องอ่าน!เผยวิธีอาบน้ำที่ถูกต้อง

แน่นอนว่า การอาบน้ำ เป็นหนึ่งในกิจวัตรประจำวันที่สำคัญของคนเรามากที่สุด
เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่เราจะได้ขจัดสิ่งสกปรกออกจากร่างกาย และ สร้างความสดชื่นให้กับร่างกายอีกครั้ง
หลังจากเหนื่อยมาทั้งวั้น อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า 3 วิธีการอาบน้ำเบื้องต้นที่ถูกต้องเป็นอย่างไร
วันนี้เรามีคำตอบมาให้คุณ!
เริ่มจาก ในสภาพอากาศที่หนาวๆแบบนี้นั้น คนส่วนใหญ่มักใช้บริการเครื่องปรับน้ำอุ่นหรือฝักบัว แน่นอนว่า
เราควรปรับอุณภูมิให้เหมาะสม ไม่ร้อนจนเกินไป จัดตำแหน่งฝักบัวให้เข้าที่เข้าทาง เอาตามที่เราสะดวก
พยายามให้น้ำลงบริเวณทั่วๆตัว ไม่กระเด็น หรือ กระจายไปทางอื่น ที่สำคัญ เราควรให้เวลากับการอาบน้ำแบบไม่ต้องเร่งรัดด้วย
ต่อมา เป็นการทำความสะอาด เราควรหมุนตัวรอบๆบริเวณฝักบัว ที่เราเปิด 3-4 ครั้ง
เพื่อให้น้ำได้ชำระล้างร่างกายให้สะอาดรอบด้าน กรณีที่คุณต้องการสระผม ก็ควรให้น้ำ เปียกทั่วบริเวณศีรษะ ทั้งหมด
และ ขั้นตอนแรกของการทำความสะอาด ควรต้องพยายามล้างฝุ่นออกจากตัวให้หมดสิ้น ที่สำคัญ กรณี อาบน้ำอุ่น
ยังช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายมากขึ้นอีกต่างหาก
ปิดท้ายกันที่ ขั้นตอนสุดท้าย หลังจากเราถูสบู่ ทั่วตัวเสร็จแล้ว เราควรให้เวลาน้ำชำระล้างออกให้หมด
โดยเฉพาการสระผมนั้นสำคัญ ยิ่งถ้าคุณสระนานๆ คุณก็ต้องละเอียด ในการล้างออกมาให้หมด และ
เพื่อตรวจดูว่าล้างแชมพูจนเกลี้ยงแล้ว บีบผมตอนที่ผมยังเปียก และสังเกตสีของน้ำที่บีบออกมา
ถ้าน้ำยังเป็นสีของแชมพูอยู่ ก็ล้างผมอีกรอบจนกว่าจะหมด เท่านี้ คุณก็จะสะอาดกว่าใครเป็นไหนๆ!
ดังนั้นจากทั้งหมด ที่เราสาธยายมา เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะเป็นประโยชน์ ไม่มากก็น้อย และ
หวังว่าจะช่วยให้ทุกคนรู้จักการอาบน้ำที่ถูกต้องมากยิ่งขึ้น…

รู้จักกับอาการอ่อนเพลีย

หากคุณมีอาการอ่อนเพลียเป็นพัก ๆ หรือมักจะเหนื่อยล้าเป็นช่วง ๆ จนเริ่มจะสงสัยตัวเองอยู่บ่อยๆ
ว่าความอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ดูไร้ซึ่งแรงบันดาลใจจะทำอะไรต่อมิอะไรของเราเป็นเพราะความขี้เกียจส่วนตัว
หรือจริง ๆ แล้วร่างกายเราซ่อนโรคอะไรอยู่หรือเปล่า งั้นเอาเป็นว่ามาเช็กความแตกต่างกันให้รู้แจ้งเห็นจริง
วิธีลดอาการอ่อนเพลีย
1.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่หากการออกกำลังกายอย่างหนักหน่วงทำให้รู้สึกเหนื่อยล้ามาก อาจออกกำลังกายเบา
ๆ ด้วยการเดินระยะสั้น
2.รับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและรับประทานอย่างพอเหมาะ
โดยไม่ควรข้ามมื้ออาหารโดยเฉพาะมื้อเช้า
3.ดื่มน้ำอย่างพอเหมาะ ไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ
นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หากเกิดปัญหาทางอารมณ์ ควรเผชิญหน้าและแก้ไข้ปัญหา ไม่ควรเพิกเฉยและหนี
ปัญหา อาจปรึกษาคนใกล้ชิดเพื่อขอความช่วยเหลือในการแก้ปัญหา
4.หาทางจัดการกับความเครียดและทำงานในปริมาณที่เหมาะสม
5.หาเวลาว่างทำกิจกรรมเพื่อให้ผ่อนคลาย เช่น การเล่นโยคะ
6.หลีกเลี่ยงการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ และไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดทุกชนิด
สำหรับคนที่มีอาการอ่อนเพลีย คล้ายจะรู้สึอ่อนเพลียเรื้อรัง คือรู้สึกอ่อนล้าหมดแรงตลอดเวลา
เป็นแบบนี้มาประมาณ 1-3 เดือน อาจเป็นอาการที่มีสาเหตุมาจากความเหนื่อยล้าทั้งทางร่างกายและจิตใจร่วมกัน
เป็นได้ว่าอาจเกิดจากความเครียดสะสม ซึ่งส่งผลให้ร่างกายแสดงอาการในด้านลบออกมาดังนี้
– รู้สึกหมดกำลังใจจะทำอะไร
– เครียดจนนอนไม่หลับเลยรู้สึกนอนไม่พออยู่ตลอดเวลา
หรือบางคนอาจมีอาการนอนหลับเต็มอิ่มแต่รู้สึกเหมือนไม่ได้นอน
– มีอาการท้องอืดบ่อย ๆ หรือรู้สึกหิวตลอดเวลา หรือบางเคสอาจไม่รู้สึกอยากกินอะไรเลยก็เป็นได้…