Menu

เรียนรู้เกี่ยวกับอาการปวดข้อเท้า รวมถึงวิธีการดูแลแก้ไข

0 Comment


อาการปวดข้อเท้าเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกๆ คน
นี่คือสิ่งที่รบกวนการใช้ชีวิตพอสมควร ลองมาเรียนรู้เกี่ยวกับมัน
รวมถึงวิธีการดูแลแก้ไขกันดีกว่า

อาการปวดข้อเท้านั้นก็คือการที่ผู้ป่วยรู้สึกว่าไม่ค่อยสบาย
หรือว่าปวดส่วนใดส่วนหนึ่งบริเวณข้อเท้า สาเหตุของมันนั้นมีได้หลากหลาย
รวมไปถึงความรุนแรงที่มีหลายระดับ เริ่มตั้งแต่แค่อาการเคล็ดธรรมดาๆ
ไปจนถึงกระดูกข้อเท้าหัก ซึ่งอาการเหล่านี้จะทำให้การใช้ชีวิตลำบาก
โดยเฉพาะการเดิน ซึ่งบางคนอาจจะเดินไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่จะต้องมีวิธีการดูแลรักษาให้ถูกต้อง

สำหรับอาการปวดข้อเท้านั้น ควรต้องไปพบแพทย์ต่อเมื่อรู้สึกปวดยาวนาน 2-3
สัปดาห์ ขณะที่ข้อเท้าบางครั้งก็มีอาการบวมขึ้นมา และไม่มีท่าทีว่าจะดีขึ้นมาเลย
ข้อเท้าบางคนก็อาจจะมีเสียงเมื่อขยับบริเวณข้อต่อ
หรือบางครั้งก็ไม่สามารถขยับข้อเท้าได้
นี่ก็เป็นสัญญาณเตือนอะไรบางอย่างที่แสดงว่าอาการปวดข้อเท้าเริ่มไม่ใช่เรื่องปก
ติแล้ว ควรต้องไปพบแพทย์โดยเร็ว เพื่อประเมินอาการให้ถูกต้อง
จะได้มีแนวทางการรักษาที่ถูกต้องต่อไป

กรณีที่อาการไม่ได้หนักหนาสาหัสมาก ผู้ป่วยสามารถดูแลตัวเองได้ง่ายๆ
หลายอย่าง เริ่มแรกก็คือการพักการใช้งานข้อเท้า
พยายามหลีกเลี่ยงการลงน้ำหนักที่ข้อเท้า หากว่าต้องการเดินจริงๆ
ก็ให้ใช้ไม้ค้ำช่วย เพื่อให้ลงน้ำหนักในเท้าข้างที่ปวดข้อเท้าน้อยที่สุด
ขณะที่การพันผ้าประคองข้อเท้าไม่ให้เคลื่อนที่มากเกินไปก็เป็นสิ่งที่ดี
แต่ไม่ควรพันให้แน่นเกินไป เพราะจะส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดได้

ผู้ที่เริ่มปวดข้อเท้าในระยะเริ่มแรก สามารถประคบเย็นได้
โดยนำเอาถุงน้ำแข็งมาวางบนข้อเท้าข้างที่มีอาการปวด
โดยวางไว้ครั้งละประมาณ 20 นาที จากนั้นทิ้งไว้สักพัก ราวๆ ชั่วโมงครึ่ง

ก่อนที่จะเริ่มประคบเย็นอีกครั้ง นี่จะช่วยให้อาการบาดเจ็บนั้นลดลงมา
รวมถึงอาการบวมที่จะทุเลาลงด้วย

สำหรับใครที่ปวดมากจนรู้สึกทรมานใจ
สามารถไปหาซื้อยาแก้ปวดมาทานได้เช่นกัน โดยให้ปรึกษาเภสัชกรก่อน
เพื่อให้มั่นใจว่าได้ตัวยาที่ถูกต้อง จากนั้นเมื่ออาการเริ่มดีขึ้นมาแล้ว
ให้บริหารข้อเท้าเบาๆ ไปเรื่อยๆ พยายามให้ข้อเท้าได้ขยับมากขึ้น
แต่ถ้าหากว่าเกิดอาการปวดขึ้นมาระหว่างบริหารก็ให้หยุดทันทีเพื่อความปลอดภัย

นี่คือแนวทางการดูแลแก้ไขในเบื้องต้นที่จะช่วยให้อาการปวดข้อเท้าดีขึ้น
แต่ถ้าหากว่าพยายามดูแล้วยังไม่ดีขึ้น วิธีที่ดีที่สุดก็คือการไปพบแพทย์
อย่าได้ชะล่าใจปล่อยให้หายเอง
เพราะบางครั้งอาจจะมีอาการที่เลวร้ายแทรกซ้อนอยู่โดยที่เราไม่รู้ตัวก็ได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *