Menu

กระเจี๊ยบ ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดื่ม

0 Comment


กระเจี๊ยบ เป็นสมุนไพรที่จัดอยู่ในวงศ์ชบามีถิ่นกำเนิดในประเทศซูดาน อินเดีย มาเลเซีย และประเทศไทย
โดยในประเทศไทยมีแหล่งผลิตที่สำคัญ ได้แก่ จังหวัดลพบุรี
สระบุรี อุตรดิตถ์ กาญจนบุรี และฉะเชิงเทรานอกจากนี้ กระเจี๊ยบ ยังมีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ ว่า ส้มเก็งเค็ง
(ตาก), ใบส้มม่า (ระนอง), แกงแคง (เชียงใหม่), ส้มปู
(แม่ฮ่องสอน), แบลมีฉี่ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), แต่เพะฉ่าเหมาะ
(กะเหรี่ยงแดง), ปร่างจำบู้ (ปะหล่อง), ส้มพอดี (ภาคอีสาน) หรือ
กระเจี๊ยบเปรี้ยว (ภาคกลาง) เป็นต้น
ส่วนลักษณะของต้นกระเจี๊ยบ เป็นไม้พุ่มมีความสูงประมาณ50-180 เซนติเมตร มีอยู่หลายสายพันธุ์
ลำต้นและกิ่งก้านมีสีม่วงแดง ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้เมล็ด
โดยส่วนที่เรานิยมนำมารับประทานกันไม่ใช่ดอกแต่เป็นผลของมัน
ซึ่งลักษณะผลกระเจี๊ยบ จะเป็นรูปรีมีปลายแหลม
ความยาวประมาณ 2.5 เซนติเมตร ผลอ่อนมีสีเขียว
ผลแก่จะแห้งแตกเป็น 5 แฉก มีกลีบเลี้ยงหนาสีแดงฉ่ำน้ำหุ้มอยู่เราจะเรียกส่วนนี้ว่ากลีบกระเจี๊ยบหรือกลีบรองดอก
หรือที่คนทั่วไปเข้าใจว่าเป็นดอกกระเจี๊ยบนั่นเอง
แล้ว กระเจี๊ยบที่เราเห็นนำมาชงเป็นน้ำดื่มแก้คลายร้อนดับกระหายนั้น
มีสรรพคุณดีๆ อย่างไร อย่างแรกเลยคือ ดอกกระเจี๊ยบ
ช่วยละลายไขมันในเส้นเลือดได้ อีกทั้งยังช่วยแก้อาการอ่อนเพลีย
ช่วยรักษาโรคเบาหวาน และ ช่วยลดความดันโลหิต ด้วย
ขณะที่ กลีบเลี้ยงของดอกหรือกลีบที่เหลือที่ผลยังใช้เป็นยาลดไขมันในเส้นเลือดและช่วยลดน้ำหนักได้
โดยมีการทดลองกับกระต่ายที่มีไขมันสูง
แล้วพบว่าระดับไตรกลีเซอไรด์ คอเลสเตอรอล และระดับไขมันเหลวลดลง
นอกจากนี้ยังมีปริมาณของไขมันชนิดดีเพิ่มมากขึ้นความรุนแรงของการอุดตันหลอดเลือดแดงใหญ่
จากหัวใจก็น้อยลงกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับสารสกัดกระเจี๊ยบด้วย
โดยในการทดลองใช้สารสกัดจาก ผล เมล็ด และ น้ำกระเจี๊ยบเท่านั้นไม่พอ รายงานการวิจัยพบว่าในวันที่ 12
หลังผู้ป่วยได้รับชาชงกระเจี๊ยบทุกวัน
ค่าความดันโลหิตเมื่อหัวใจบีบตัวและคลายตัวลดลง 11.2% และ10.7% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับวันแรก และ 3วันหลังจากหยุดดื่มชาชง
ความความดันโลหิตทั้งสองค่าก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญใน อียิปต์ ก็มีการใช้ประโยชน์จากกระเจี๊ยบเช่นกัน
โดยนำต้นของกระเจี๊ยบแดงมาต้มกินเพื่อเป็นยารักษาโรคหัวใจและโรคประสาท ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
ช่วยป้องกันหวัด เนื่องจากมีสารแอนโทไซยานินมากกว่าบลูเบอร์รีถึง 50%
อย่างไรก็ตาม กระเจี๊ยบ ไม่ได้มีแต่คุณประโยชน์เท่านั้น
หากยังมีโทษด้วยหากรับประทานมากเกินไปเพราะมีฤทธิ์เป็นยาระบาย และมีฤทธิ์เป็นยาขับปัสสาวะ
แม้ว่าจะมีความเป็นพิษต่ำมากแต่ก็ไม่ควรดื่มในปริมาณเข้มข้นและติดต่อกันนานๆเพราะจะไม่เกิดผลดีต่อสุขภาพนั่นเอง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *