Menu

ลำดับการลงครีมบำรุงผิวก่อนนอน

ลำดับขั้นตอนการทาครีมบำรุงผิวหน้าที่ถูกต้อง
เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมากที่ใครหลาย ๆ คนมองข้าม และยังเข้าใจผิด ๆ
ว่า ถ้าใช้ครีมบำรุงผิวที่ดีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเริ่มทาครีมอันไหนก่อน
ตรงส่วนไหนของผิวหน้าก่อน หรือหลังก็คงไม่แตกต่างกันหรอก
ซึ่งนั่นเป็นความเข้าใจที่ผิดอย่างร้ายแรง
กสนทาครีมบำรุงผิวหน้าผิดลำดับก่อนหลัง
อาจเป็นต้นเหตุทำให้ครีมบำรุงผิวลดประสิทธิภาพลง
ทำให้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้านั้น ๆ เห็นผลน้อยลงกว่าที่ควรจะเป็น
อาจทำให้สุขภาพผิวของเราเสีย ผิวแห้ง หรือแพ้ครีมบำรุงผิวหน้าได้
ดังนั้นลองอ่านคำแนะนำเหล่านี้ และปรับใช้ให้ถูกต้องกันนะคะ

สำหรับ วิธีเรียงลำดับการทาครีมบำรุงผิวหน้านั้น
เริ่มจากครีมบำรุงผิวหน้าที่มีเนื้อเบาบางก่อน แล้วค่อยทาครีมเนื้อหนักทีหลัง
(ในส่วนของครีมบำรุงผิวหน้าเนื้อหนัก
และครีมบำรุงผิวหน้าเนื้อเบาเป็นแบบใด หรือเราจะรู้ได้อย่างไร
มีวิธีการสังเกตได้จากการสัมผัสเนื้อครีมนั้นเอง
เพราะดูจากความแตกต่างว่าครีมตัวไหนเหนอะหนะ เวลาทาแล้วหนักผิว
หรือครีมบำรุงผิวหน้าตัวใดที่ทาแล้วรู้สึกบางเบากับผิว
มีการซึมเข้าสู่ผิวเราได้ดีกว่า)
และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับการรักษาลงไปก่อน
แล้วจึงตามด้วยการทาผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับบำรุงผิวหน้า

วิธีเรียงลำดับการใช้ครีมบำรุงผิวหน้าที่ถูกต้อง

  1. เริ่มจากการใช้บูสเตอร์ และอายครีมก่อนเป็นลำดับแรกสุดเสมอ
  2. ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับการรักษา เช่น ทายาแต้มสิวอักเสบเฉพาะจุด
    และเว้นการทาครีมบำรุงผิวหน้าทุกชนิดตรงบริเวณที่ทายาลดสิว
    ในส่วนของครีมบำรุงผิวหน้าในกลุ่มผลัดผิว เช่น บีเอชเอ (BHA), เอเอชเอ (AHA)
    หรือ หรือครีมบำรุงผิวประเภทพวกทรีทเม้นท์ เช่น เรตินอล (Retinol)
    ให้ทาก่อนพวกมอยส์เจอไรเซอร์
  3. ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับบำรุงผิวหน้า ครีมบำรุงผิวในกลุ่ม Anti – Aging,
    Whitening, Moisturizer ถ้ามีครีมบำรุงผิวเนื้อเบาให้ทาก่อน โดยเริ่มจาก Serum >
    Essence > Concentrate ตามลำดับ
  4. ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับบำรุงผิวหน้า ครีมบำรุงในกลุ่ม Anti – Aging, Whitening,
    Moisturizer ถ้ามีครีมบำรุงผิวเนื้อหนักให้ทาทีหลัง เช่น Cream > Lotion > Emulsion

ดังนั้นก่อนการใช้ครีมบำรุงผิวหน้าตัวไหนก็ตาม
ควรจะทำความเข้าใจหน้าที่ของครีมแต่ละตัวให้ดีเสียก่อน
เพื่อจะได้ไม่เสียเงินซื้อครีมบำรุงผิวหน้ามามากเกินความจำเป็น
ให้พิจารณาตามความต้องการของผิวหน้าแล้ว
อย่าประโคมครีมทั้งหมดลงบนผิวหน้าเยอะมากเกินไป เพราะยิ่งทามาก
ผิวหน้ายิ่งอุดตัน และทำให้เกิดสิวได้ เพราะการทาครีมบำรุงผิวเยอะ ๆ
ไม่ใช่เรื่องดีเสมอไปสำหรับวิธีการทาครีมบำรุงผิวหน้าที่ถูกต้องก็เป็นสิ่งที่สำคัญ
เพื่อให้ครีมบำรุงผิวหน้าทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด…

ประโยชน์ของลูกพลับต่อร่างกาย

  1. ป้องกันโรคมะเร็ง
    ลูกพลับอุดมไปด้วยวิตามินซี, เอ และสารประกอบฟีโนลิก ได้แก่ คาเทชินและแกลโลคาเทชิน
    ซึ่งจะช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งชนิดต่างๆ ได้
  2. เสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย
    ลูกพลับเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงมาก โดยในลูกพลับหนึ่งผลจะมีปริมาณวิตามินซีถึงร้อยละ 80
    ของวิตามินซีที่ควรรับในแต่ละวัน
    การรับประทานลูกพลับจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ต้านทานต่อแบคทีเรีย
    ไวรัสและราที่ก่อให้เกิดโรคได้
  3. ช่วยในระบบการย่อยอาหาร
    ลูกพลับประกอบไปด้วยเส้นใยอาหารประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณเส้นใยอาหารที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน
    ดังนั้นการรับประทานลูกพลับจะช่วยให้ร่างกายขับถ่ายของเสียได้ดีขึ้นลดอาการท้องผูก
  4. ชะลอความชรา
    ลูกพลับอุดมไปด้วยวิตามินเอและสารประกอบพวกบีต้า แคโรทีน, ลูทีน (lutein), ไลโคพีน (lycopene)
    และคริปโทแซนทิน (cryptoxanthin) ซึ่งทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
    ส่งผลในการป้องกันและชะลอสิ่งบ่งชี้ของความชรา เช่น รอยเหี่ยวย่น จุดกระ ความเหนื่อยล้า
    สายตายาวและกล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นต้น
  5. ช่วยในเรื่องสายตา
    ลูกพลับอุดมไปด้วยลูทีนและซีแซนทีน (Zeaxanthin) ซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อสุขภาพของดวงตา
    โดยช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคตาที่สำคัญ ได้แก่ โรคต้อกระจกและโรคจุดรับภาพเสื่อม
  6. ช่วยควบคุมระดับความดันเลือด
    ลูกพลับอุดมไปด้วยแร่ธาตุต่างๆซึ่งมีคุณสมบัติในการเป็นสารขยายหลอดลือดและลดแรงดันเลือด
    ส่งผลให้เกิดการไหลเวียนที่ดีของเลือดและป้องกันการเกิดโรคหัวใจ
    ลูกพลับเป็นผลไม้ที่เป็นที่ชื่นชอบของคนญี่ปุ่นและต่างชาติ
    ผู้เขียนพบว่าลูกพลับเป็นของฝากที่ถูกใจญาติผู้ใหญ่เมืองไทยมากกว่าขนมของฝากขึ้นชื่อหลายชนิดจากญี่ปุ่น

ทั้งนี้ปัจจุบันโครงการหลวงของเมืองไทยสามารถผลิตลูกพลับหวานกรอบอร่อยจำหน่ายในเมืองไทยมากขึ้น
เมื่อได้รู้ประโยชน์มากมายของลูกพลับแล้วอย่าลืมหาลูกพลับอร่อยราคาสมเหตุสมผลมารับประทานดู…

วิธีการรักษาฟันให้เเข็งเเรง

ฟันของเรานั้นมีความจำเป็นอย่างมากในการใช้ชีวิตประจำวัน
ดังนั้นเราต้องรักษาให้ดีเป็นพิเศษ ซึ่งฟันของเราจะเคี้ยวอาหารทำให้
ต้องมีวิธีการรักษาเเละดูเเลเพื่อให้อยู่กับเราได้อย่างยาวนาน
เเละไปดูกันว่าวิธีไหนบ้างที่ทำให้ฟันของเราเเข็งเเรงอยู่เสมอ
การเลือกแปรงสีฟันให้ถูกต้อง
แค่คุณสมบัติพิเศษเเละอย่างอื่นเช่นสีก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้คุณต้อง
ยืนเกาหัวอยู่ในแผนกการดูแลทันตกรรม
การเลือกแปรงสีฟันที่เหมาะกับคุณนั้น ต้องดูที่ขนาดที่เหมาะสม
แปรงสีฟันที่มีขนาดใหญ่อาจทำให้เคลื่อนไหวในปากได้ยากขึ้น
เราต้องเลือกให้มีความพอดี
รวมไปถึงความนุ่มของขนแปรงที่ใช่ขนแปรงจะแบ่งออกเป็นแบบ นุ่ม
ปานกลางหรือ แข็ง คนส่วนใหญ่จะเหมาะกับแปรงสีฟันที่มีขนแปรงนุ่ม
ซึ่งจะมีความอ่อนตัวเหมาะกับการทำความสะอาดบริเวณใกล้เคียงเหงือกโดยไม่ทำให้มีเลือดออกมากเกินไป
เราต้องเลือกให้ดีเพื่อฟันของเราเอง เรื่องต่อมาคือการเเปลงฟัน
ต้องแปรงฟันอย่างน้อยวันละสองครั้งเพื่อรักษาสุขภาพฟันที่แข็งแรง
การแปรงฟันเป็นประจำจะช่วยป้องกันฟันผุ
ทำให้มั่นใจได้ว่าฟันของคุณจะแข็งแรงและทำงานได้ตามปกติเเละเมื่อทำอย่างถูกต้อง
ฟันและเหงือกของคุณจะมีสุขภาพแข็งแรงตลอดชีวิตของคุณ
ยิ่งฟันและเหงือกของคุณมีสุขภาพดีเท่าใด
ความเสี่ยงที่คุณจะเกิดฟันผุและโรคเหงือกก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น
เเละต่อมาคือ อย่าลืมใช้ไหมขัดฟัน การใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ
ซึ่งปกติแล้วจะประมาณวันละครั้งนั้นเอง
อย่างทั่วถึงเป็นวิธีหนึ่งที่ดีมากในการรับรองว่าฟันของคุณจะปราศจาก
ฟันผุ คุณสามารถเลือกได้ระหว่างไหมขัดฟันแบบไนลอน
หรือไหมขัดฟันแบบ PTFE ซึ่งเเบบนี้
จะมีราคาแพงกว่าเล็กน้อยและไม่เป็นขุย
เเละไหมขัดฟันทั้งสองชนิดสามารถใช้กำจัดคราบพลัคและเศษอาหาร อย่างได้ผลไม้ได้อย่างดี
เเละการใช้นั้นต้อง ขัดไหมตามผิวด้านข้างฟันในลักษณะขึ้นและลง เคลื่อนออกจากเหงือก
หรือการใช้ไหมขัดฟันท่อนใหม่ทุกครั้งเมื่อคุณเปลี่ยนจากซี่หนึ่งไปอีกซี่หนึ่ง
นอกจากนี้ควรใช้ไหมขัดฟันที่ด้านหลังของฟันกรามซี่สุดท้าย
อย่างระมัดระวังเพื่อปากเเละฟันของคุณจะมีสุขภาพที่ดี
เรื่องสุดท้ายคือการนวดเหงือก
เป็นการเพิ่มการไหลเวียนเลือดในเหงือก
ซึ่งจะช่วยเพิ่มความพร้อมของสารอาหารและออกซิเจนในขณะที่กำจัด
ของเสียออกจากเนื้อเยื่อเหงือก
เราสามารถใช้นิ้วมือนวดเหงือกของตนเองได้เพื่อคลายเศษอาหารออก
เป็นการทำให้ช่วยให้ปากของเราสะอาดมากยิ่งขึ้น
เราจะต้องกดนิ้วชี้ลงบนเหงือกและนวดเบาๆ เป็นวงกลมเพื่อกระตุ้นเหงือก
เเละนวดให้ทั่วถึงกันและปิดท้ายด้วยการบ้วนปากหรือบ้วนปากด้วยน้ำ
เกลืออุ่นๆก็ได้ มีข้อควรระมัดระวังคือ
การนวดเหงือกอาจทำให้เกิดการเสียวฟันมากขึ้น
เราต้องทำให้พอดีกับปากของเราไม่มากเเละน้อยจนเกินไป
เท่านี้ก็จะทำให้ฟันเเละเหงือกของเราเเข็งเเรงได้เเล้ว
เป็นอย่างไรบ้างกับการดูเเลเหงือกเเละฟันให้สะอาดเพื่อให้เราสามารถใช้งานได้นานที่สุด
เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากในชีวิตประจำวันเราต้องดูเเลให้ดีเพื่อความสะอาดในช่วงปากของเราเอง…

สงครามครูเสดของเกมสล็อตฟอร์จูน

สงครามครูเสดยุคกลางเป็นช่วงเวลาแห่งความกล้าหาญการเล่นไฟและการพลิกผันของโชคลาภงานศิลปะและวรรณคดีนับไม่ถ้วนได้รับแรงบันดาลใจจากช่วงเวลานี้ในประวัติศาสตร์และจนถึงปัจจุบันสื่อที่ได้รับความนิยมยังคงเป็นตำนานที่มหัศจรรย์และมีมนต์ขลังที่ล้อมรอบยุค นี่เป็นข้อมูลเบื้องหลังเกม Crusade of Fortune Slots

เกมสล็อตของธนาคารในรูปแบบคลาสสิกของการค้นหาความมั่งคั่งและความมั่งคั่ม
หาศาลโดยการเอาชนะอุปสรรคเกือบเป็นไปไม่ได้ไอคอนที่พบในเกมประกอบด้วยตัวอักษรกลางแผ่นดินและสัญลักษณ์ต่างๆเช่น Bright
Wizard, Ironbreaker, Dwarf Hammerer, High Elf, War Hammer, Goblins, Witch Hunter, Large Shield,
Dwarf Shield และ Chaos Symbol

เกมออนไลน์ 5 รีล, 20 เพย์ไลน์และเกมหลายเหรียญสามารถรับผู้เล่นได้มากถึง 300,000เหรียญเมื่อพวกเขาโชคดีด้วยการรวมกันของคพ็อต

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทที่ลึกลับของตัวละครจากที่นี่ Crusade of Fortuneและเข้าใจว่าพวกเขาสามารถนำความมั่งคั่งอันยิ่งใหญ่มาสู่ยุคสมัยใหม่ได้อย่างไร

Bright Wizard – สัญลักษณ์ป่า
สัญลักษณ์ป่าในเกมสล็อตเกี่ยวข้องกับไอคอนที่สามารถใช้แทนสัญลักษณ์อื่น ๆ
สำหรับผู้เล่นเพื่อให้บรรลุชุดค่าผสมที่ชนะได้ต่อบรรทัดจ่ายที่เปิดใช้งาน

คนแคระ Hammerer – สัญลักษณ์กระจัดกระจาย
ในเกมเครื่องสล็อตสัญลักษณ์กระจายที่เกี่ยวข้องกับไอคอนที่สามารถทำให้ผู้เล่นชนะมากขึ้นผ่านวิธีการต่างๆ

คูณการชนะของผู้เล่น: อย่างน้อยสองคนแคระ Hammerer
สามารถทวีคูณผู้เล่นเดิมพันสองครั้งถึง 200 เท่ามากกว่าเงินเดิมพันเดิม
สัญลักษณ์กระจายมากขึ้นที่เห็นบนวงล้อให้มากขึ้นเท่าที่เดิมพันจะคูณข เปิดใช้งานรอบหมุนฟรี: สัญลักษณ์แคท Hammerer
ตั้งแต่สามตัวขึ้นไปหมายความว่าผู้เล่นสนุกกับ Free Spin Bonus Round
เพื่อเพิ่มโอกาสในการชนะและรับโอกาสในการเล่น Battle Bonus Round Feature ค่าอื่น ๆ :
3 แคระ Hammerer เท่ากับ 10 สปินฟรี; ไอคอนแคระ Hammerer 4 คนให้สิทธิ์ผู้เล่น 20
สปินฟรี; 5 ให้ฟรีสปินฟรี 30 ครั้ง

รอบพิเศษ

วิธีอื่น ๆ สำหรับผู้เล่นที่จะเพิ่มโอกาสในการชนะก็คือผ่านเสียงพิเศษ
รอบโบนัสฟรีสปินช่วยให้ยอดเงินรางวัลทั้งหมดเท่ากับจำนวนเงินที่มีอยู่สามครั้ง
ในรอบนี้เมื่ออย่างน้อยสามสัญลักษณ์กระจายปรากฏผู้เล่นจะได้รับการหมุนฟรีอีกครั้ง เฉพาะเมื่อมาถึงรอบนี้และได้รับสัญลักษณ์ Orcs Bonus อย่างน้อย 3
สัญลักษณ์บนไลน์เพย์ไลน์ที่เปิดใช้งานซึ่งผู้เล่นสามารถใช้ Battle Bonus Round

Battle Bonus Round น่าจะเป็นช่วงที่สนุกสนานที่สุด
ผู้เล่นจะได้รับดาบของตนเองซึ่งจะต้องใช้ดวลกับ orc
การโจมตีที่ประสบความสำเร็จและการแย่งชิงเงินรางวัลเป็นรางวัลเหรียญ…

การดูเเลใบหน้าสำหรับสาวๆให้ดูสดใส

ผิวหน้ากับสาวๆนั้นเป็นของคู่กัน สาวๆทุกคนต้องการที่จะมีใบหน้าที่สวยใสตลอดกาล
เเละวิธีการนั้นจะทำอย่างไรให้ใบหน้าของเเต่ละคนจะสามารถสวยใส
ได้ตลอดเวลาเราไปดูกันว่ามีวิธีการไหนบ้างที่จะดูเเลใบหน้าของสาวๆให้สวยทุกวัน
สิ่งเเรกเลยคือก่ีทำความสะอาดผิวหน้าของเรา ซึ่งก่อนที่จะล้างหน้า
ควรเช็ดเครื่องสำอางให้ออกหมดก่อนเลย
ด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสำหรับผิวหน้านั้นเอง
เมื่อทำความสะอาดเสร็จ
ก็ล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่เหมาะกับสภาพผิวของตนเอง
ที่เราได้ซื้อมาเเละสามารถใส่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลังล้างหน้าเสร็จ
ก็ใช้โทนเนอร์เช็ดอีกครั้งเพื่อความสะอาดที่สุด
เป็นสิ่งสุดท้ายสำหรับการทำความสะอาดหน้าเราควรใช้โทนเนอร์ชนิด
ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้ผิวแห้งตึงเกินไป
เท่านี้ก็จะสามารถสร้างความมั่นใจให้ใบหน้าจะมีชีวิตชีวาได้เเล้ว
ต่อมาคือการผลัดเซลล์ผิวเก่าออกไปจากหน้าเรา
เรื่องนี้ต้องทำความเข้าใจว่าทำไมต้องให้เซลล์ผิวเก่าถูกขจัดออกไปจากหน้าเรา
เพราะสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผิวหน้าหมองคล้ำ
ก็เนื่องมาจากเซลล์ผิวเก่าไม่หลุดลอกออกไปเสียทีหรือหลุดลอกช้านั้นเอง
ทำให้เกิดการหมักหมมของเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ
ซึ่งนอกจากจะทำให้ผิวหมองคล้ำแล้วยังทำให้ผิวหยาบกร้านอีกด้วย
และส่งผลให้การดูดซึมของครีมบำรุงลงสู่ชั้นผิวหนังได้น้อยลง
จึงควรหมั่นสครับหน้าอย่างสม่ำเสมอ
เพื่อให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวเก่าหลุดลอกออกไป
และจะได้เซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทนที่ทีนี้ละจะกระจ่างใสมากขึ้น
สิ่งต่อมาคือการประคบผิวหน้าด้วยไอน้ำรวมถึงการทาครีมบำรุงใบหน้า
ง่ายๆคือเตรียมน้ำอุ่นไว้ แล้วนำผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นแล้วบิดหมาดๆ
เสร็จแล้วนำมาประคบบนผิวหน้า
จะให้รูขุมขนเปิดออกและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดบนใบหน้า
แล้วก็ทาครีมบำรุง เพราะเมื่อรูขุมขุนเปิด
การทาครีมบำรุงเหล่านี้ก็จะสามารถลงไปถึงชั้นที่ลึกที่สุดได้
หรือในขณะที่ทาครีมอาจจะนวดหน้าเบา ๆ ไปพร้อมกันเลยก็ได้
จะยิ่งช่วยให้การทาครีมมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
เรื่องที่ขาดไม่ได้คือการออกกำลังกายสม่ำเสมอ
เราควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้สุขภาพดี
จะช่วยให้ทุกส่วนของร่างกายดีหมดไม่ว่าจะเป็น
ให้เลือดสูบฉีดไปเลี้ยงทุกส่วนของร่างกาย
และช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด
ซึ่งจะทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งมากขึ้น
ที่สำคัญคือดื่มน้ำสะอาด เราต้องดื่มน้ำให้มากเพื่อช่วยให้ร่างกายสดใส
ควรดื่มต่อวันโดยเฉลี่ย คือ 6 – 8 แก้ว
เเละนอกจากนี้เราต้องพักผ่อนให้เพียงพอด้วยเพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่
นั้นเองจะทำให้ส่งผลดีต่อทั้งใบหน้าเเละร่างกายของเราเอง
เเละนี้คือการบำรุงดูเเลใบหน้าของเราให้มีความสดใสอยู่เสมอ
เพื่อการทำให้เราได้มีสุขภาพใบหน้าที่เเข็งเเรงเเละวิธีเหล่านี้จะช่วยให้ทั้งร่างกายของเราดีไปด้วย
เป็นวิธีที่ทุกคนสามารถยำไปใช้ได้เพื่อประโชยน์ต่อร่างกายของเราเอง…

ลดน้ำหนัก

ส่วนสำคัญที่จะรักษาสุขภาพข้อเข่าเอาไว้ได้นั่นคือการลดภาระในการแบกรับน้ำหนักทั้งตัวของเราของข้อเข่าลงให้ได้
มากที่สุด ทราบหรือไม่ว่าหากเราลดน้ำหนักลงได้ 0.45 กิโลกรัม เราจะสามารถลดแรงดันในเข่าได้มากเท่ากับน้ำหนัก
1.35 กิโลกรัมเลยทีเดียว (และยังลดแรงดันในกระดูกข้อต่อของสะโพกได้มากถึง 2.7 กิโลกรัมอีกด้วย)
หากคุณเป็นโรคปวดข้อ เพียงลดน้ำหนักลงไปได้ราว 6.8 กิโลกรัม จะสามารถบรรเทาอาการปวดเข่าไปได้ครึ่งหนึ่ง
นอกจากนี้หากรีบลดน้ำหนักก่อนที่จะมีอาการปวดเข่าจะสามารถลดความเสี่ยงในการเป็นโรคข้อเข่าจนต้องเข้ารับการ
ผ่าตัดได้อีกด้วย
หากกังวลว่าข้อเข่าไม่ค่อยแข็งแรงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
สามารถออกกำลังกายเพื่อช่วยลดน้ำหนักของร่างกายด้วยวิธีที่ไม่รบกวนการทำงานของกระดูกข้อเข่ามากเกินไปได้
เช่น ว่ายน้ำ เดิน หรือขี่บนเครื่องออกกำลังกายอย่างจักรยาน เป็นต้น
ระมัดระวังในการใช้งานข้อเข่า
ไม่ว่าจะเป็นส่วนไหนของร่างกายก็ควรให้ความสำคัญกับการใช้งานอย่างทะนุถนอม
เช่นเดียวกับข้อเข่าที่อาจสะสมการใช้งานอย่างหนักมาแรมปี จนเกิดอาการบาดเจ็บ อักเสบ หรือเสื่อมการใช้งานลงได้
นอกจากการลดการกระแทกกระทั้นโดยไม่มีการวอล์มร่างกายก่อน หรือใช้งานเข่าหนักโดยไม่จำเป็นแล้ว การยืน
เดินหลังตรง ก็ช่วยลดความเสี่ยงของอาการปวดเข่าได้เช่นกัน รวมไปถึงรักษาสภาพของกระดูกคอ
และสะโพกในคราวเดียวกันด้วย
นอกจากนี้ยังควรระมัดระวังในการยกของหนัก ควรยกให้ถูกท่า โดยลงไปนั่งยองๆ หลังตรง จับของไว้
แล้วยกขึ้นมาช้าๆ ด้วยแรงดันจากเท้า น่องขา และเข่า ไม่ก้มตัวลงไปยกของหนักจากพื้นหรือที่ต่ำๆ
แล้วยกขึ้นมาทีเดียวเร็วๆ เพราะอาจทำให้เกิดอาการเคล็ดขัดยอกตามบริเวณต่างๆ ของร่างกายได้ หากยกของหนักๆ
แล้วทำให้เกิดอาการบาดเจ็บที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ให้รีบหยุดยกทันที
ลดอาการปวดทันที
เมื่อมีอาการปวดเข่า อย่าปล่อยให้มีอาการปวดแบบนั้นอยู่นานๆ ควรรีบรักษาอาการปวดด้วยการหายาแก้ปวดมาทาน
สามารถเลือกกลุ่มยาตระกูล NSAIDs อย่าง ไอบูโพรเฟน หรือนาโปรเซนได้
ยาสองชนิดนี้สามารถหาซื้อทานได้ตามร้านขายยาทั่วไป ควรทานตามคำแนะนำของเภสัชกรอย่างเคร่งครัด
แต่หากมีประวัติแพ้ยาตระกูล NSAIDs หรือไม่แน่ใจในอาการปวดข้อของตัวเอง
ควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ก่อนทานยา เพราะยาตระกูล NSAIDs อาจมีผลข้างเคียงในบางรายได้ เช่น ปวดท้อง
มีเลือดออกในกระเพาะอาหาร หรือ ตับ/ไตได้รับความเสียหาย เป็นต้น
หากไม่เคยมีประวัติแพ้ยาตระกูล NSAIDs สามารถทานยาภายใต้คำแนะนำของเภสัชกรได้
และควรใช้บรรเทาอาการปวดในระยะสั้นๆ เท่านั้น ไม่ควรทานยาแก้ปวดติดต่อกันเกิน 5 วัน
หากอาการปวดไม่ดีขึ้นภายใน 5 วัน ควรรีบปรึกษาแพทย์
หากอาการปวดเข่าไม่ดีขึ้น อาจพิจารณาการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม
สำหรับผู้ป่วยที่แพทย์ลงความเห็นว่าการใช้ข้อเข่าเทียมจะทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นได้มากกว่า
แต่การเดินด้วยข้อเข่าของตัวเองน่าจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุด เพราะฉะนั้นก่อนที่จะถึงวันที่ไม่ได้ใช้ข้อเข่าของตัวเอง
เราควรรักษา และทะนุถนอมข้อเข่าของตัวเองเอาไว้ให้ได้ยาวนานที่สุดจะดีกว่า…

เคล็ดลับผิวขาวด้วยธรรมชาติ

วิธีทำให้ผิวขาวสูตรที่ 1 : มะนาว
ผสม น้ำมะนาว 1 ลูก + น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ นำมามาร์คหน้าก่อนนอน 15 นาที
ทำแบบนี้ได้ทุกวัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ควรทำต่อเนื่อง 1 เดือน
เห็นผลเลยว่าหน้าไม่มัน ไม่หมอง ผิวขาวใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติเลยค่ะ
การมาร์คหน้าด้วยมะนาว เป็นวิธีที่ทำให้ผิวขาวใส ชุ่มชื้นได้ง่ายๆ
เพราะในน้ำมะนาวมีกรด AHA ธรรมชาติ
ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่หมองคล้ำให้หลุดลอกออกไปได้อย่างดีเยี่ยม
แถมยังช่วยขจัดสิ่งสกปรก และความมันบนใบหน้าได้ด้วย ซึ่งความมัน
สิ่งสกปรกบนใบหน้าเป็นต้นเหตุที่ทำให้หน้าหมองคล้ำได้

วิธีทำให้ผิวขาวสูตรที่ 2 : แตงกวา
นำแตงกวา 1 ลูก มาบด หรือ ปั่นให้ละเอียด มาร์คหน้า 15-20 นาที
ทำก่อนนอนได้ทุกวันเลยค่ะ หรือ สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง แล้วแต่สะดวก
วิธีทำให้ผิวขาวด้วยแตงกวานี้ถ้าทำอย่างต่อเนื่องๆถึง 3 สัปดาห์
จะเห็นผลเลยว่าหน้าขาวขึ้น ริ้วรอย จุดด่างดำจางลงด้วยค่ะ
แตงกวา อุดมไปด้วยวิตามินซี แร่ธาตุ และวิตามินเค
มีส่วนช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ช่วยลดความหมองคล้ำบนใบหน้าได้
ทำให้ผิวขาวใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหน้า
ลดอาการแสบร้อนจากแสงแดดได้เป็นอย่างดี แถมยังช่วยชลอวัย
ลดริ้วรอยได้ด้วยค่ะ

วิธีทำให้ผิวขาวสูตรที่ 3 : โยเกิร์ต

โยเกิร์ต 3 ช้อนโต๊ะ + น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ + มะนาว 1 ช้อนโต๊ะ มาร์คหน้า 15-20
นาที ล้างออกให้สะอาด วิธีนี้จะทำให้ผิวขาวใส ชุ่มชื้น ลดความมัน
ลดการเกิดสิวได้อย่างดีเลยค่ะ ทำได้สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง
แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละคนเลยค่ะ
โยเกิร์ตมีกรด แลคติก และจุลินทรีย์ที่ดี ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุด
ช่วยให้ผิวหน้าขาวใสอย่างเห็นผล และไม่ทำร้ายผิวหน้าอีกด้วย
พร้อมคืนความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าได้เป็นอย่างดี รูขุมขนก็กระชับขึ้นด้วยค่ะ

วิธีทำให้ผิวขาวสูตรที่ 4 : นมสด
นมสด 5 ช้อนโต๊ะ + น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ + ขมิ้นผง 3 ช้อนโต๊ะ นำมาสครับผิวสัก 2-3
นาที และมาร์คหน้าทิ้งไว้ 10-15 นาที ล้างออกให้สะอาด
เท่านี้ผิวของคุณก็ขาวใสเรียบเนียนแล้วค่ะ
นมสด อุดมไปด้วยกรดแลคติก ไบโอติน และวิตามินมากมาย
ที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระในชั้นผิวทำให้ผิวขาวใสได้อย่างเห็นผล
พร้อมทั้งช่วยบำรุงผิวในด้านการเติมเต็มคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้ผิวหน้าเต่งตึง
กระชับ ชุ่มชื้นขึ้นลดอาการแสบร้อนจากแดด
และลดการเสียดสีที่ทำให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้าได้เป็นอย่างดี

วิธีทำให้ผิวขาวสูตรที่ 5 : มะเขือเทศ
นำสำลีชุบน้ำมะเขือเทศ เช็ดผิวหน้าก่อนนอน ทิ้งไว้ 15 นาที ล้างออกให้สะอาด
ทำเช่นนี้ได้ทุกๆวันเลยค่ะ เห็นผลอย่างต่อเนื่องถ้าทำถึง 3 สัปดาห์
เท่านี้ผิวหน้าก็กระชับ เต่งตึง ขาวใสขึ้นแล้วค่ะ
มะเขือเทศมีวิตามินซี วิตามินเอ และสารไลโคปีน
ที่ช่วยเรื่องการต่อต้านอนุมูลอิสระบนชั้นผิว ทำให้ผิวกระจ่างใส เรียบเนียน
เติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ลดอาการแสบแดงจากแสงแดด ชลอวัยบนใบหน้า
และช่วยลดความมันบนใบหน้าได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

วิธีทำให้ผิวขาวสูตรที่ 6 : มะขามเปียก
มะขาม 3 ช้อนโต๊ะ + น้ำตาลทรายแดง 3 ช้อนโต๊ะ สครับผิวอย่างเบามือ และทิ้งไว้
10 นาที ล้างออกให้สะอาด ทำเช่นนี้ก่อนนอน สัปดาห์ละ 3 ครั้ง เห็นผลแน่นอนค่ะ
มะขาม มีกรด AHA จากผลไม้
ที่ช่วยในเรื่องการขจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วซึ่งป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวหมองคล้ำ
หลุดลอกออกไป รวมถึงจุดด่างดำจากสิว ฝ้า กระ ก็จางลงได้
และรอยดำกร้านตามส่วนต่างๆของร่างกายก็จางลง
เหลือแต่ผิวที่เนียนนุ่มขาวใสเอาไว้เท่านั้นเอง

วิธีทำให้ผิวขาวสูตรที่ 7 : มะละกอ
นำมะละกอบด + น้ำผึ้งเล็กน้อย ผสมให้เข้า มาร์คหน้า 15 นาที
แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น กระชับผิวอีกครั้งด้วยน้ำเย็น ทำเช่นนี้ สัปดาห์ละ 3 ครั้ง
เป็นเวลา 3 สัปดาห์ ผิวหน้ากระจ่างใสขึ้นค่ะ
มะละกอ อุดมไปด้วยเอนไซม์ปาเปน และวิตามินเอ
ที่ช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดลอก ทำให้ผิวขาว เนียนนุ่มชุ่มชื้นขึ้น
แถมยังช่วยลดเลือนรอยดำจากสิว จุดด่างดำต่างๆให้จางลงได้ดีด้วยค่ะ

วิธีทำให้ผิวขาวสูตรที่ 8 : ทับทิม
นำสำลีแผ่น ชุบน้ำทับทิม มาร์คหน้าตอนก่อนนอนให้ทั่ว ทิ้งไว้ 15 นาที
แล้วล้างออก ทำเช่นนี้ได้ทุกวัน ผิวหน้าของคุณก็จะขาวใส เรียบเนียน
กระชับขึ้นได้ค่ะ
ทับทิมมีวิตามินซีสูง และมีเกลือแร่ต่างๆ
ที่ช่วยในเรื่องการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดลอกได้เป็นอย่างดี

มีส่วนช่วยในเรื่องหน้าขาวใสๆด้อย่างเห็นผล แถมยังช่วยเรื่องการชลอวัย
ลดริ้วรอยต่างๆบนใบหน้าได้เป็นอย่างดี

วิธีทำให้ผิวขาวสูตรที่ 9 : สับปะรด
สับปะรดบด ผสมน้ำผึ้งเล็กน้อย พอกหน้า 15-20 นาที ตอนก่อนนอน
แล้วล้างออกให้สะอาด ทำได้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง
เห็นผลครั้งแรกเลยว่าหน้ากระจ่างใสจริง
สับปะรด มีวิตามิซี วิตามินเอ เอนไซม์ และแร่ธาตุต่างๆ
ที่ช่วยในเรื่องการขจัดเซลล์ผิวเก่า ความหมองคล้ำดำกร้านตามส่วนต่างๆของผิวหน้า
และรอยจุดด่างดำบนใบหน้าต่างๆให้เลือนหายไป เหลือแต่ผิวหน้าขาวกระจ่างใส
กระชับรูขุมขนได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

วิธีทำให้ผิวขาวสูตรที่ 10 : ว่านหางจระเข้
นำใบว่านหางจรเข้ที่แก่ที่สุดมาแช่น้ำ 10 นาที แล้วปลอกเปลือกออก
ล้างยางให้สะอาด นำไปปั่น ผลสมน้ำผึ้งเล็กน้อย มาร์คหน้า 30 นาที แล้วล้างออก
ทำได้ทุกวันเลยค่ะ
ว่านหางจรเข้ มีส่วยช่วยในเรื่องปรับผิวให้ขาว สว่าง กระจ่างใส
ทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้น ลดอาการแสบแดงจากแดดได้เป็นอย่างดี
แถมยังช่วยให้ผิวอิ่มน้ำ ผิวหน้าชุ่มชื้นถึงขีดสุดด้วยค่ะ…

การแยกโรคปวดศีรษะ

โรคปวดศีรษะจากความเครียด เป็นต้นเหตุที่พบบ่อยที่สุดของคนที่มีอาการปวดศีรษะ 
มักจะมีลักษณะอาการปวดหัวต่อเนื่องนานเป็นวันจนถึงเป็นอาทิตย์ หรือเป็นแรมเดือน 
โดยจะปวดพอรำคาญ หรือทำให้เกิดความรู้สึกไม่สุขสบาย และจะปวดอย่างต่อเนื่อง 
ไม่แรงขึ้นกว่าวันแรกที่ปวด จัดว่าเป็นโรคที่ไม่มีอันตรายร้ายแรงแต่อย่างใด แต่จะเป็นหายเรื้อรัง
อาการปวดศีรษะที่เป็นต่อเนื่องกันเป็นวันขึ้นไป ควรจะแยกออกมาจากสาเหตุอื่น เช่น

1. ไมเกรน
ผู้ป่วยจะมีลักษณะอาการปวดตุบๆที่ขมับด้านเดียว (ส่วนน้อยเป็นพร้อมกัน ข้าง)
อาเจียน คลื่นไส้ ตาพร่า นาน 4-72 ชั่วโมง มักจะเป็นหายทุกครั้งที่มีอาการกำเริบ 
มักจะมีสาเหตุจากสิ่งกระตุ้น ได้แก่ แสงสว่าง เสียง กลิ่น อดนอน อดข้าว อากาศร้อนหรือเย็นจัด 
อาหารบางชนิด เหล้า ผงชูรส โดยมากจะเริ่มเป็นตั้งแต่วัยรุ่นหรือวัยหนุ่มสาว 
บางคนอาจมีอาการปวดศีรษะจากความเครียดร่วมด้วย

2. เนื้องอกสมอง
ผู้ป่วยจะมีอาการปวดทั่วศีรษะ ปวดมากตอนที่ตื่นนอนตอนเวลาเช้า พอสายก็ดีขึ้น 
ไม่ปวดต่อเนื่องทั้งวัน อาการดังกล่าวจะเป็นแรงขึ้นทุกวันจนกระทั่งผู้ป่วยจะต้องตื่นตอนเช้ามืดเพราะรู้สึกเจ็บปวด 
และก็จะปวดนานขึ้นทุกวัน จนถึงในที่สุดจะปวดตลอดเวลา ซึ่งกินยาแก้ปวดไม่ทุเลา 
ในระยะต่อมาอาจมีอาการอาเจียน เดินเซ เห็นภาพซ้อน 
แขนขาอ่อนแรง ชัก ความจำเสื่อม บุคลิกภาพเปลี่ยนไป จากเดิม

3. โรคทางสมองอื่นๆ
เช่น เลือดออกในสมอง เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ผู้ป่วย 
จะมีลักษณะปวดศีรษะรุนแรงและอาเจียน ตั้งแต่วันแรก
ที่ปวด บางคนอาจมีไข้สูง ซึม ชัก ร่วมด้วย

4. ต้อหินชนิดเฉียบพลัน
ผู้ป่วยจะมีอาการปวดตาและศีรษะข้างเดียวอย่าง 
รุนแรงและฉับพลันทันที ตาพร่ามัว แสบตาข้างที่ปวด 
จะมีสิ่งรบกวน ตาแดงๆตรงบริเวณตาขาว (รอบๆตาดำ)
อาการปวดจะเป็นต่อเนื่องเป็นวันซึ่งกินยาแก้ปวดก็ไม่ทุเลา

ใช้กาวร้อนลอกสิว บางทีอาจได้แผลจนหมดสวย

กาวร้อนลอกสิว กลายเป็นความเชื่อผิดของใครหลายคน 
ส่งผลให้ทำตามกันจำนวนมาก หวังลอกสิวเสี้ยนเพื่อจัดการกับปัญหาผิวหน้าให้สวยใส 
แต่หารู้ไม่ว่าความเชื่อนี้เป็นความเชื่อที่ไม่ถูก 
เพราะเหตุว่าในกาวมีสารที่มีอันตรายต่อผิวหนัง 
บางทีอาจก่อให้เกิดผลเสียรุนแรงมากกว่าที่ใครหลายคนคิด 
ก็เลยมีการออกมาเตือนโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญถึงความเชื่อดังกล่าว

ผลกระทบของการใช้กาวร้อนลอกสิว
*
ผลกระทบระดับน้อย ได้แก่ ทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นระคายเคือง ผิวแห้ง ผิวลอก
*
ผลกระทบระดับมาก ได้แก่ เกิดอาการแพ้สารในกาว 
น้ำเหลืองไหล มีตุ่มเล็ก พองที่ผิวหนัง คัน หรือผื่นแพ้รุนแรง

การดูแลรักษาอาการ
*
ระคายเคืองน้อย ทามอยเจอร์ไรเซอร์หรือครีมบำรุงเพื่อเคลือบผิว สามารถหายได้
*
ระคายเคืองมาก ควรรีบพบแพทย์ แพทย์จะทำการตรวจค้นสารที่คนไข้แพ้ 
รวมทั้งทำการรักษาตามอาการ เช่น ใช้ยา ประคบน้ำเกลือ และอื่นๆ

ผลกระทบจากกาวร้อนลอกสิว
แม้มีการแพ้ครั้งแรก อาจจะส่งผลให้มีการแพ้ในครั้งถัดไป 
และไม่สามารถสัมผัสกับวัตถุที่มีสารชนิดเดียวกันกับในกาวได้ 
เช่น พลาสเตอร์ปิดแผล รองเท้าที่มีการประกอบด้วยกาว และก็อื่นๆ

ต้องการกล้ามใหญ่ ไม่กินเวย์โปรตีน แล้วจะต้องรับประทานอะไร?

เมื่อกล่าวถึงคนออกกำลังกายในตอนนี้ ดูเหมือนกับว่าจะมีเป้าหมายอยู่ ประเภทใหญ่
กลุ่มแรกออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งนั้น 
คือผู้ที่ออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ 
โดยในผู้ที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อชอบพิถีพิถันในการกินอาหารเป็นพิเศษเพื่อให้มีซิกแพ
โดยเน้นกินอาหารประเภทโปรตีนไขมันต่ำ และที่ได้รับความนิยมสูงก็คือ เวย์โปรตีนสำเร็จรูป 
แต่นอกจากเวย์โปรตีนแล้วก็ยังมีอาหารทางเลือกอื่นๆอย่างเช่น ไข่ขาวและอกไก่ 
ที่ให้โปรตีนไม่แพ้กัน และยังเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้ออีกด้วย 

คนทั่วไปกับคนออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อต้องการโปรตีนต่างกัน
ผู้ที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อ ต้องไม่มีไขมัน และการออกกำลังกายต้องไม่ทำทุกวัน
เพราะเหตุว่าการออกกำลังกายทุกวันจะก่อให้กล้ามเนื้อบาดเจ็บ
โดยเหตุนี้ต้องพักเพื่อให้กล้ามเนื้อมีการซ่อมแซมเกิดขึ้นและมีขนาดโตขึ้น
นอกจากนี้ยังจะต้องรับประทานอาหารจำพวกโปรตีนเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อร่วมด้วย
*ในคนทั่วไปต้องการโปรตีน 0.8-1 กรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วัน
*ในคนที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อต้องการโปรตีน 2-3 กรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วัน (มากกว่าคนทั่วไป 2-3 เท่า)
ยกตัวอย่างการรับประทานอาหารในคนที่มีน้ำหนักตัว 70 กิโลกรัม
หากเป็นคนทั่วไปจะต้องได้รับโปรตีน 70 กรัม/วัน
แต่ว่าหากเป็นผู้ที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อต้องได้รับโปรตีน 140-200 กรัม/วัน
ส่วนใหญ่คนกลุ่มนี้จะทานอาหารประเภทโปรตีนอยู่ที่ 150-200 กรัม/วัน
และชอบเลือกของกินที่มีไขมันต่ำรวมทั้ง เกลือหรือโซเดียมต่ำด้วย
เพราะเกลือจะมีผลให้บวมและมองไม่เห็นซิกแพค เพราะฉะนั้นของกินประเภทโปรตีนที่เลือกจะต้องเป็นโปรตีนไขมันต่ำ
และเมื่อปรุงรสจะต้องไม่ปรุงเกลือ หรือใส่ในปริมาณน้อย